ปักษ์ใต้ทูเดย์ ดอทคอม

ปักษ์ใต้ทูเดย์ -:- โซนท้องถิ่นปักษ์ใต้ => สินค้าแนะนำ => ข้อความที่เริ่มโดย: nitigorn20 ที่ 13/ก.ค./61

หัวข้อ: 10 ที่เที่ยวต้องห้ามพลาดเมืองแพร่ เมืองงามแห่งล้านนาทิศตะวันออก
เริ่มหัวข้อโดย: nitigorn20 ที่ 13/ก.ค./61
1.วัดพระบรมสารีริกธาตุช่อแฮ
ที่ตั้ง : ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 06.00-18.00 น.
โทร.054-599-209
แวะเวียนมาท่องเที่ยวเมืองแพร่ทั้งที จะต้องไม่พลาดมากมายราบสักการะขอพรพระบรมธาตุช่อแฮ วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และก็เป็นพระบรมสารีริกธาตุรายปีกำเนิดของผู้ที่กำเนิดปีเสือ คนใดมาเยี่ยมเมืองแพร่จำเป็นต้องมาไหว้พระธาตุช่อแฮเพื่อความเป็นมงคล
ตามตำนานระบุว่าขุนลัวะอ้ายก้อม ผลิตขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1879 ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ห่อด้วยทองจังโก ศิลป์เชียงแสน ทรงแปดเหลี่ยม บัลลังค์ย่อมุมหัวปลียอดกลม ตกแต่งยอดฉัตรสูง 33 เมตร ภายในประดิษฐานพระเกศธาตุ รวมทั้งพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นอกเหนือจากความสวยประทับใจขององค์พระธาตุแล้ว ข้างในวัดยังมีหลวงพ่อช่อแฮ พุทธรูปศิลป์เขียงแสนอายุหลายร้อยปี และก็หลวงพ่อทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนล้วนมากราบไหว้ขอพรอยู่เสมออีกด้วย
ในทุกๆปีจะมีขนบธรรมเนียมไหว้พระธาตุช่อแฮ ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตรงเวลานานหลายร้อยปี โดยจัดงานทุกเมื่อเชื่อวันขึ้น 15 เย็นเดือน 6 ของทางภาคเหนือ (หรือเดือน 4 ของภาคกึ่งกลาง หรือราวช่วงเวลากลางเดือน มี.ค.)
ข้างในงานมีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ ประกอบไปด้วยริ้วขบวนของทุกอำเภอ ทั้งยังยั้งมีการฟ้อน แห่ตุงกระด้าง แล้วต่อจากนั้นจะทำบุญทำกุศลใส่บาตรร่วมกันรวมทั้งฟังเทศน์ฟังธรรม ส่วนเวลาค่ำมีการเวียนเทียนรอบองค์พระบรมสารีริกธาตุ
2.วัดจอมสวรรค์
ที่ตั้ง : ถนนหนทางกระทั่งถึงตรกิจหีบศพล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 08.00-16.30 น.
โทร.084-617-8482
เป็นอีกหนึ่งวัดสวยในจังหวัดแพร่ ที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดมาเที่ยวดู
วัดจอมสวรรค์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พุทธศักราช 2437 โดยชาวเงี้ยว ซึ่งเดินทางมาค้าขายในเมืองแพร่จากประเทศพม่า หลังจากเรื่องชาวเงี้ยวชิงทรัพย์เมืองแพร่ ทำให้วัดย่ำแย่ลง แม้กระนั้นเวลาต่อมา ได้รับการบูรณะจากชาวไทยใหญ่
วัดจอมสวรรค์สร้างแบบสถาปัตยกรรมพม่า หลังคามีลักษณะทับกันเป็นชั้นๆลดหลั่นกันไป อารามเป็นไม้สัก โบสถ์ วิหาร และกุฏิ ชี้ให้เห็นความสามารถการตกแต่งที่งดงามบนงานไม้ ทั้งปวงดาน และเสาล้วนมีลวดลายฉลุแต่งแต้มกระจกสีสันสวยสดงดงาม
ด้านในวัดมีของเก่าสำคัญมากมาย อาทิเช่น หลวงพ่อสาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สานจากไผ่ก่อนลงรักปิดทอง พระพุทธรูปงาช้างที่เป็นศิลป์พม่า และก็คัมภีร์งาช้างหรือหนังสือปาฏินิพพานที่ผลิตขึ้นมาจากการนำงาช้างมาบด รวมทั้งอัดเป็นแผ่นบางๆเขียนลงรักแดง จารึกเป็นอักษรพม่า
ที่ตั้ง : ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
3.คุ้มวงศ์บุรี
ที่ตั้ง : 50 ถนนหนทางคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 09.00-17.00 น.
ราคาบัตรเข้าชม: คนแก่ 30 บาท เด็ก 15 บาท
โทร.054-620-153
คุ้มสกุลบุรี หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “บ้านสีชมพู” สร้างขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช 2440 ตามดำริของแม่เจ้าบัวโผลง ชายาคนแรกในเจ้าหลวงพิริยะเทวดาตระกูล
โดยมอบหมายให้หลวงดงษ์พิบูล แล้วก็เจ้าสุนันตา ตระกูลบุรี หลานสาวของแม่เจ้าบัวถาเป็นผู้ดำเนินงานสร้างและหาช่างฝีมือ ซึ่งมีทั้งคนไทยแล้วก็ชาวจีนคุ้มสกุลบุรีมีลักษณะเป็นตึก 2 รุ่นหลังติดอยู่ทรงปั้นหยาในแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป มีการประดับลวดลายแบบเรือนขนมปังขิง ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ได้รับความนิยมในยุครัชกาลที่ 5
ตอนนี้เปิดให้นักเดินทางเข้าชมโดยเสียค่าเข้าชม 30 บาท หลังซื้อบัตรจะมีข้าราชการของคุ้มพาเดินชมจุดต่างๆพร้อมเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่แล้วก็เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับข้าวของข้างในอาคาร
คุ้มวงศ์บุรีได้รับรางวัลรักษาดีเด่นประจำปี พ.ศ.2536 ของสมาคมคนเขียนแบบประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และก็เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากบ้านเจ้านางมณีรินในละครเรื่อง รอยไหม ของสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3อีกด้วย
4.พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ คุ้มเจ้าหลวง
ที่ตั้ง: ถนนหนทางคุ้มเดิม ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: ทุกวัน 08.30-16.30 น.
โทร.054-524-158
เรือนหลังใหญ่สถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป อายุมากกว่าร้อยปี เป็นเยี่ยมในสถานที่ท่องเทียวต้องห้ามพลาดในตัวเมืองจังหวัดแพร่
ในอดีตสถานที่ที่นี้เคยเป็นที่ประทับของเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย ซึ่งโปรดให้ผลิตขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 หรือราวยุครัชกาลที่ 5 ที่สยามประเทศ ก่อนเกิดเหตุการณ์กบฎงูเมืองแพร่ราว 10 ปี
ถัดมาเมื่อกบฏเงี้ยว เจ้าหลวงได้ทรงย้ายไปพักที่เมืองหลวงพระบาง คุ้มแห่งนี้จึงแปลงเป็นที่ตั้งของกองทหารม้า ที่ทางจังหวัดกรุงเทพมหานคร ส่งมารักษาความเรียบร้อยในเมืองแพร่
ตอนนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑสถานให้นักเดินทางได้เข้าชม พร้อมเรียนรู้แล้วก็ซึบซัมวัฒนธรรมล้านในอดีตกาล
มาเยือนสถานที่แห่งนี้นักท่องเทียวจำต้องไม่พลาดดูตัวตึกแบบไทยผสมยุโรป ก่ออิฐถือปูนสองชั้น ตัวเรือนทาสีครีมขลิปด้วยสีเขียว แต่งแต้มด้วยไม้สักปรุ พื้นปูด้วยไม้สักขนาดใหญ่ มีบันทางขึ้น 3 ทาง แล้วก็ประตูหน้าต่างที่เปิดรับลมเย็นๆถึง 72 บาน
ด้านในคุ้มละลานตาด้วยสิ่งของเครื่องใช้โบราณตามขนบธรรมเนียมเจ้านายข้างเหนือ และประวัติความเป็นมาเจ้าหลวง และพระพี่น้อง แม้มีโอกาสมาเยี่ยมเมืองแพร่ชี้แนะว่าจะต้องมาเยือนตรงนี้ให้ได้สักครั้ง
5.ถนนหนทางคนเดินกาดกองเก่า
ที่ตั้ง: ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
มาเดินชม เดินชอป สัมผัสวิถีชาวกรุงแพร่บนถนนหนทางคนเดินกาดกองเก่า ที่จัดขึ้นบ่อยๆแต่ละวันเสาร์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายสามนาฬิกาเย็น
เสน่ห์ของถนนหนทางคนเดินที่นี้อยู่ที่ราษฎรเอาของกินของกำนัลในเขตแดนนำมาวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เฟอร์นิเจอร์ไม้ สิ่งของเครื่องใช้ในครอบครัว มีอีกทั้งแบบโบราณและก็นำสมัย
ถ้าหากมาท่องเที่ยวเมืองแพร่ ยังไงต้องแวะมาเที่ยวกันสักหนึ่งครั้งนะ
6.วิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญรุ่งเรืองย้อมสีธรรมชาติ
ที่ตั้ง : 291 หมู่ 5 บ้านทุ่งโฮ้ง ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
โทร.089-851-3048
วิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญก้าวหน้าย้อมสีธรรมชาติ เป็นศูนย์การศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการทำผ้าหม้อห้อม ซึ่งนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โด่งดังของจังหวัดแพร่
ข้างในชุมชนมีการสาธิตกระบวนการทำผ้าหม้อห้อม โดยเริ่มตั้งแต่การย้อมไปจนถึงการตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆอีกทั้งคนที่มาเยี่ยมชมยังสามารถดีไซน์ทำลวดลายและลงมือย้อมผ้าหม้อห้อมได้ด้วยตนเอง
วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้มีเหตุที่เกิดจากการรวมกลุ่มของคนภายในชุมชนเพื่อจัดแจงกองทุนของชุมชนอย่างประดิษฐ์ แล้วก็ที่จะตอบสนองปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้งส่งเสริมการพึ่งตัวเองด้านในชุมชน ทั้งยังเป็นการสงวนภูมิปัญญาท้องถิ่นและก็รักษาความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าหม้อห้อมให้ยั่งยืนสืบไป
เดี๋ยวนี้สินค้าหม้อห้อมของที่นี่มีนานัปการแบบให้เลือกซื้อหา ทั้งยังสีพื้นแบบไม่มีลวดลาย รวมทั้งแบบที่มีลวดลายบาติกที่ดูผิดตาแล้วก็ล้ำยุค
7. วัดพระนอน
ที่ตั้ง : ถนนพระนอนเหนือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
วัดเก่าแก่ศูนย์กลางเมืองแพร่ ข้างในวัดมีโบสถ์แบบเชียงแสนแท้ๆเพียงแค่ที่เดียวในจังหวัดแพร่ เป็นโบสถ์แบบไม่มีหน้าต่าง แต่ว่าเจาะเป็นช่องรับแสง หน้าบันแกะสลักอย่างงดงาม
และข้างในวัดยังมีวิหาร ข้างในติดตั้งพุทธรูปปางไสยาสน์อายุหลายร้อยปี เป็นพุทธรูปปูนปั้นยาว 9 เมตร ลงรักปิดทองตลอดองค์ มีประชาชนและนักเดินทางเดินทางมาไหว้พระขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย
8.อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย
ที่ตั้ง : เขตพื้นที่อำเภอวังชิ้น และอำเภอลอง จังหวัดแพร่อำเภอเถิน อำเภอปราบ รวมทั้งอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดเล็กแล้วก็มีวิวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายที่
พื้นที่โดยมากเป็นยอดเขาสลับซับซ้อน มีพื้นที่โดยประมาณ 410 ตารางกิโลเมตร กินบริเวณพื้นที่อำเภอลอง และก็อำเภอวังชิ้น ในจังหวัดแพร่ แล้วก็อำเภอเถิน อำเภอปราบ และก็อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
ในอดีตเคยเป็นแหล่งอาศัยของบรรดาสัตว์ป่าขนาดใหญ่ ทั้งกวาง เสือ และช้างป่า แม้กระนั้นตอนนี้เหลือแค่สัตว์ป่าขนาดเล็ก ได้แก่ กวาง หมูป่า กระกอก และกระแต เป็นต้น
ด้านในเขตสวนมีน้ำตกมีหลายแห่ง อาทิเช่น น้ำตกแม่เกิ๋งหลวงและก็น้ำตกแม่เกิ๋งน้อย ซึ่งเป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆจึงขึ้นชื่อจากภาษาท้องถิ่นว่าแม่เกิ๋ง ซึ่งแปลว่าขั้นบันได
ยิ่งไปกว่านี้ยังมีน้ำตกแม่สิน น้ำตกแม่จอก น้ำตกแม่ป้าก น้ำตกแม่รัง และน้ำตกขุนห้วย ฯลฯ
9.บ่อน้ำร้อนแม่จอก
ที่ตั้ง : ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 08.00-16.30 น.
บ่อน้ำร้อนแม่จอกตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย มีลักษณะเป็นบ่อน้ำแร่กำมะถันผุดขึ้นมาจากพื้น น้ำร้อนในบ่อมีอุณหภูมิราวๆ 80 องศาเซลเซียส
ตอนนี้มีการปรับปรุงสถานที่รอบๆบ่อน้ำแร่ให้เป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว มีการสร้างบ่อแช่น้ำร้อนอีกทั้งแบบเป็นห้องส่วนตัวและแบบแช่รวม อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำแล้วก็บ่อแช่ตัวแบบที่โล่งแจ้งอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีบริการนวดแผนไทย ไข่ลวกน้ำแร่ ห้องอาหารรวมทั้งเครื่องดื่ม รวมถึงร้านค้าขายของฝากท้องถิ่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยม
ในช่วงเวลาเช้าบริเวณบ่อน้ำแร่จะมีหมอกควันที่เกิดจากไอน้ำ ซึ่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งาม สร้างความซาบซึ้งให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง
10.พิพิธภัณฑสถานท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณ
ที่ตั้ง: 157/2 กลุ่ม 6 ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 09.00-17.00 น.
โทร.054-581-532 (กรุณาติดต่อล่วงหน้า)
พิพิธภัณฑสถานท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณเป็นพิพิธภัณฑสถานผ้าของอาจารย์โกมล พานิชพันธ์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2532โดยตัวตึกสร้างเลียนแบบสถานีรถไฟบ้านปิน อำเภอทดลอง จังหวัดแพร่ ที่ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมกับยุโรป
พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณที่นี้เน้นย้ำจัดโชว์ผ้าโบราณของเมืองทดลองเป็นหลัก โดยยิ่งไปกว่านั้นผ้าซิ่นตีนจกเมืองทดลองที่มีลวดลายและสีสันสวยสดงดงาม ทั้งแข็งแรงทนทาน เพราะใช้ไหมเส้นเล็กรวมทั้งฟืมที่มีความถี่นำไปสู่ลวดลายที่ละเอียดประณีต
เว้นเสียแต่ผ้าโบราณของเมืองลองอายุร้อยกว่าปีแล้ว ด้านในพิพิธภัณฑสถานยังมีผ้าที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันในรวมทั้งต่างประเทศ และผ้าที่ทอขึ้นใหม่ในโอกาสพิเศษจัดไว้ให้ชม พร้อมกับรูปถ่ายการแต่งกายของนายจ้างล้านนาและราชสำนักไทย
รวมทั้งเครื่องนุ่งห่มจากภาพยนตร์แล้วก็ละครทีวีหลายเรื่องที่อาจารย์โกมลรับผิดชอบหาเครื่องแต่งกาย ยกตัวอย่างเช่น สุริโยไท กษัตริยา และรอยไหม ฯลฯ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวญี่ปุ่น (https://thaitravelpress.blogspot.com)

Tags : เที่ยวเกาหลี,เที่ยวญี่ปุ่น,เที่ยวสิงคโปร