ปักษ์ใต้ทูเดย์ ดอทคอม

น้ำเน่าเสีย ส่วนใหญ่อาจจะเกิดจากสาเหตุหลายประการ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ siritidaphon*

  • ***
  • 127
  • 381
ก๊าซแอมโนเนีย เกิดจากการเน่าเสียของเศษอาหาร และมูลของสัตว์น้ำ ทับ ถมกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน จะมีการเปลี่ยนปฎิกริยาทางเคมี ออกมาเป็นรูปก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายต่อระบบการหายใจ และทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ถ้ามีมากจะออกฤทธิ์ทำให้กัดบริเวณผิวหนังสัตว์น้ำ เป็นช่องแผล และจะเป็นทางเข้าสู่ร่างกายสัตว์น้ำของเชื้อโรค จะทำให้เกิดเป็นแผลหลุม จุดแดง ๆ เป็นจ้ำ ๆ เป็นตุ่มมีน้ำเหลือง และเป็นโรคผิวหนังต่าง ๆ มีผลทำให้สัตว์น้ำนั้นอ่อนแอ ป่วย และตายได้

ก๊าซไนไตรท์ เป็นการเปลี่ยนกระบวนการ หรือถ่ายสสารจากก๊าซแอมโมเนีย แตกตัวเปลี่ยนมาเป็นก๊าซไนไตรท์ ซึ่งจะออกฤทธิ์อย่างร้ายแรง เมื่อสภาพน้ำมีค่า pH ต่ำหรือมีความเป็นกรด แต่ถ้าน้ำเป็นด่างก๊าซไนไตรท์จะไม่ออกฤทธิ์ ซึ่งเมื่อออกฤทธิ์จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของสัตว์น้ำ จะทำให้เกล็ดเลือดเป็นพิษ สัตว์น้ำจะหายใจไม่ออก และจะมีเลือดไหลออกจมูกและปาก ซึ่งถ้ามีก๊าซไนไตรท์ต้องรีบบำบัดน้ำเสียทันที อนึ่ง ก๊าซไนไตรท์ กับก๊าซแอมโมเนีย สามารถเปลี่ยนสถานะกันไปมาได้

ในการเลี้ยงสัตว์น้ำนั้น ต้องรู้จักถึงคุณสมบัติของก๊าซ 2 ชนิดนี้ เพราะถ้าเลี้ยงสัตว์น้ำ น้ำที่เน่าเสียจะพบก๊าซทั้ง 2 ชนิดนี้เสมอ จะรู้ได้ต้องมีเครื่องมือวัดแอมโมเนีย และเครื่องมือวัดไนไตรท์

2. การมีสารเจือปนมากับแหล่งน้ำ ซึ่งในแหล่งน้ำก่อนที่จะเติมลงไปในบ่อเลี้ยง
สัตว์น้ำ ควรจะมีการวัดค่า pH กับค่าอัลคาไลน์ในน้ำเสียก่อน ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ทราบว่าในแหล่งน้ำที่มานั้นมีการตกค้างของสารเคมี หรือมีปุ๋ยที่ปนมากับน้ำหรือไม่ ซึ่งถ้ามีสารเคมีปนเปื้อนเข้ามาจะทำให้แพลงค์ตอนพืชตายทับถม กลายเป็นขี้แดด และนาน ๆ เข้าจะทำให้น้ำเปลี่ยนสีได้

3. การใช้ปูนมากเกินขนาด บางครั้งการที่ต้องการปรับสภาพน้ำอาจทำให้ผู้เลี้ยง
ใสปูนมาก จนเกินความพอดี ถ้าปูนมีมากเกินไป จะทำให้เกิดภาวะบูมของแพลงค์ตอน จะทำให้น้ำหนืดเขียวขึ้นอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นตะกอน หรือขี้แดด

4. การใช้ยาฆ่าเชื้อ หรือสารเคมี มากเกินขนาด ในระบบนิเวศน์ของน้ำ มี สิ่งมีชีวิตที่ช่วยตรึงให้ระบบนิเวศน์ของน้ำคงที่ ประกอบไปด้วยแพลงค์ตอนพืช จุลินทรีย์ และแบคทีเรีย ซึ่งในธรรมชาติถ้าน้ำดี จุลินทรีย์มีอากาศหายใจเพียงพอจะเบียดแบคทีเรีย ไม่ให้เกิดหรือเกิดก็น้อย ดังนั้นเมื่อใส่ยาฆ่าเชื้อหรือสารเคมีลงไปในน้ำ ฤทธิ์ของยาก็จะทำลายระบบนิเวศน์ทั้งหมด หรือเรียกว่าระบบน้ำล้ม เพราะแพลงค์ตอนพืชตาย จุลินทรีย์ตาย แบคทีเรียตาย จะไม่มีผู้ย่อยสลาย และผู้ผลิตที่สร้างออกซิเจนในน้ำ เมื่อไม่มีออกซิเจน สัตว์น้ำก็อยู่ไม่ได้ ขณะเดียวกัน แบคทีเรียที่ไม่ต้องใช้ออกซิเจนในการหายใจก็จะเกิดแทนที่ก็จะเข้าเกาะกินสัตว์น้ำ ทำให้เกิดโรคร้ายแกสัตว์น้ำ การใช้สารเคมี หรือยาฆ่าเชื้อจึงต้องระมัดระวังในการใช้ ทางที่ดีไม่ควรที่จะใช้ ยกเว้นว่า ระบบนิเวศน์ของน้ำนั้นเน่าเสียหมดแล้ว ถึงควรที่จะล้างระบบ แล้วรอให้ฤทธิ์ของยาหมดแล้ว จึงต้องรีบสร้างแพลงค์ตอนพืชขึ้นมา เพื่อเร่งการสร้างระบบนิเวศน์ของน้ำขึ้นมาทดแทนใหม่

5. ผักตบชวา มากเกินไป ผักตบชวาเป็นพืชที่ลอยอยู่ผิวน้ำ ซึ่งมีทั้งประโยชน์ และโทษในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งแยกได้ดังนี้
ประโยชน์ของผักตบชวาโดยดูดรับเอาปุ๋ยไนเตรทที่ได้จากขบวนการย่อย สลายไนโตรเจนไปใช้ โดยดูดซึมของเสียไว้เหมือนฟองน้ำ เมื่อเราดึงผักตบชวาออกจากบ่อก็เหมือนเราดึงของเสียจากบ่อไปทิ้ง


น้ำเน่าเสีย ส่วนใหญ่อาจจะเกิดจากสาเหตุหลายประการ   เพิ่มเติมคลื๊กที่นี่https://www.bciworld.net/