ปักษ์ใต้ทูเดย์ ดอทคอม

สอนทำขนมปัง คุกกี้เป็นขนมชนิดบิสกิต หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ อาหารญี่ปุ่น

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ penpaka2tory*

  • *****
  • 3730
  • 10790
สอนทำขนมปัง คุกกี้เป็นของหวานประเภทบิสกิต  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ อาหารญี่ปุ่น  เรียนทำขนมปัง สอนทำขนมไทย, ทำเบเกอรี่, เรียนทำเบเกอรี่ เบเกอรี่ฝรั่งเศส
คุกกี้เป็นของหวานประเภทบิสกิต มีลักษณะเป็นชิ้นขนาดเล็ก ตกแต่งด้วยผลไม้ น้ำตาลสี เนื้อของหวานนุ่มนวล ค่อย รวมทั้งกรอบร่วน มีรสหวานไม่จัด สามารถเก็บไว้ได้นานกว่าของหวานอื่นๆเหมาะสำหรับเป็นของว่าง กินกับเครื่องดื่มประเภทต่างๆ
กระบวนการทำคุกกี้ มีส่วนผสมและวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ลงทุนน้อย นอกเหนือจากการที่จะทำไว้เพื่อกินแล้ว ยังบางทีอาจทำเพื่อจำหน่ายได้

จำพวกของคุกกี้
1. คุกกี้หยอด (Dropped Cookies) เป็นคุกกี้ที่ทำง่าย อบง่าย กินสบาย แตกหักง่าย ผสมได้หลายรสหลายแบบมีชื่อไม่เหมือนกันตามส่วนผสมแต่งรสที่เพิ่มเข้าไป อย่างเช่น คุกกี้เนย คุกกี้ถั่ว คุกกี้ลูกเกด คุกกี้กาแฟ ฯลฯ
 กระบวนการหยอด ใช้ช้อนสองคันตักหยอดให้ได้รูปทรงกลม ตักหยอดควรห่างกันเท่าตัว เพราะเหตุว่าเวลาอบคุกกี้จำพวกนี้จะแผ่ตัวออก ลักษณะที่ดี เมื่ออบสุกจะกลมนูนตรงกลาง
2. คุกกี้กด (Pressed Cookies) ส่วนประกอบคุกกี้ชนิดนี้จะข้นกว่าชนิดหยอด สามารถใช้กระบอกกดคุกกี้เป็นลายต่างๆได้ รูปร่างงามไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแต่งหน้าเหมือนคุกกี้หยอด อาทิเช่น คุกกี้เนย
 กระบวนการทำ ใช้ส่วนผสมกรอกลงในกระบอกคุกกี้ เลือกลายตามชอบ ดังเช่นรูปหัวใจ รูปดาว รูปดอกไม้ กดลงบนถาดที่ทาเนย นำเข้าอบ ลักษณะที่ดีเมื่ออบสุกจะมีลายงาม ไม่มี รอยร่วนแตก
3. คุกกี้ปั้น (Molded Cookies) เป็นคุกกี้ชนิดที่เมื่อผสมแล้วนำมาปั้นเป็นทรงต่างๆได้ เช่น เป็นรูปตุ๊กตา รูปดาว นก หัวใจ รูปไก่ รูปวงกลม ฯลฯ
 วิธีปั้น ใช้ช้อนตักส่วนผสมลงบนมือ ปั้นรูปทรงตามอยากได้ ดังเช่นคุกกี้มะพร้าวปั้นเป็นก้อนกลม ลักษณะที่ดีเมื่ออบสุก รูปทรงรวมทั้งลวดลายสำหรับเพื่อการปั้นชัดแจ้ง ของหวานจะนูนกึ่งกลาง
4. คุกกี้กด (Rolled Cookies) คุกกี้ประเภทกรอบร่วนนุ่มนวล คุกกี้ชนิดนี้ส่วนผสมจะแห้งสามารถใช้ไม้คลึงแป้งกดเป็นแผ่น ก็เลยใช้พิมพ์กดคุกกี้รูปต่างๆตามลายที่อยากได้ ได้แก่ คุกกี้ไส้ครีมมะนาว คุกกี้ไส้สับปะรด
 วิธีทำ นำส่วนผสมนวดให้ถูกกัน วางลงบนกระดาษไข กดแป้งให้น้อยมอยาก แล้วนำพิมพ์กดคุกกี้แบบต่างๆกดลาย นำแป้งที่กดได้ วางลงบนถาดที่ทาเนยนำเข้าอบ ลักษณะที่ดีเมื่ออบสุก จะกรอบร่วน ไม่กรอบแข็งกระด้าง และไม่ค่อยหวาน
5. คุกกี้แท่ง (Bar Cookies) คุกกี้จำพวกนี้อร่อยรวมทั้งอุดมด้วยคุณภาพทางอาหาร เป็นคุกกี้ประเภทที่มีลักษณะอ่อนตัวมีความเย็นฉ่ำ ใช้เป็นของหวานหลังอาหารมื้อต่างๆ หรือเป็นของว่างรับประทานกับน้ำชา อาทิเช่น บราวนี่
 กระบวนการทำ ใช้เกลี่ยลงในถาดเป็นชั้น ระหว่างชั้นตกแต่งด้วยผลไม้และถั่ว แล้วก็น้ำตาลในรูปต่างๆ เสร็จแล้วจึงนำออกมาตัดเป็นชิ้นๆ ราวกับขนมไทยโบราณๆ เช่น ขนมชั้น ของหวานหม้อแกง ขนมสังขยา ลักษณะที่ดีเมื่ออบสุก จำนวนมากจะนุ่มเสมือนขนมเค้ก บางประเภทจะกรอบ หรือเหนียว
6. คุกกี้แช่เย็น (Refrigerator Cookies) หรือคุกกี้แฟนซี ซึ่งก็คือคุกกี้ชนิดที่เมื่อผสมเสร็จแล้ว นำไปห่อกระดาษไข กระดาษแก้ว หรืออะลูมิเนียมฟอยด์ แล้วก็แช่ลงในตู้แช่เย็นช่องแข็งสักประเดี๋ยวแล้วประยุกต์ใช้มีดคมๆ ตัดเป็นรูปต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ผิวนอกบางทีอาจจะแต่งรสด้วยถั่ว ถั่วอัลมอน ผลไม้แห้ง เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ลักษณะที่ดีเมื่ออบสุก จะกรอบแข็งหรือกรอบหยาบ
 
เคล็ดลับขนมไทยโบราณ ทำอย่างไรให้อร่อย
ขนมไทยโบราณ... หัตถกรรมความอร่อยที่แสดงออกถึงความอ่อนช้อยของความเป็นอิสระย ขนมไทยโบราณหลายอย่างผ่านกรรมวิธีปรุงแต่งรวมทั้งลงมือกระทำละเอียดลออ กระทั่งเกิดเป็นขนมไทยโบราณที่อร่อย น่ารับประทาน ด้วยเคล็ดลับอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย วันนี้ไม่พลาดที่จะนำ วิธีการทำ ขนมไทยแต่ละจำพวกมาฝากกันขอรับ
ของหวานจำพวกทอด
ขนมไทยโบราณที่ใช้กรรมวิธีการทอดมีอยู่หลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน แม้กระนั้นที่ชินหูและก็เคยได้เห็นวางจำหน่ายในตลาดอยู่เป็นประจำได้แก่ ของหวานฝักบัว ของหวานกรอบเค็ม ของหวานดอกจอก ของหวานเกลียว ของหวานงา ขนมท้องพลุ เป็นต้น แต่ว่าจะทอดขนมพวกนี้อย่างไรให้น่ากิน พร้อมด้วยเลี่ยงปัญหากลิ่นกลิ่นหืนของน้ำมันที่ติดมาพร้อมกับขนม เรามีวิธีการทอดและก็การใช้ความร้อนที่เหมาะสมกับรูปแบบของขนมแต่ละชนิดมาบอกกันครับ
การเลือกน้ำมัน เป็นของที่จำเป็นมากสำหรับการทอดขนมไทย เพราะน้ำมันบางประเภทเมื่อทอดแล้วจะมีกลิ่นหืนตกค้างอยู่ในของหวาน แนะนำให้เลือกใช้น้ำมันที่สกัดมาจากปาล์มเพื่อหลบหลีกปัญหากลิ่นหืนที่ติดมาพร้อมกับขนม
การใช้ไฟในขณะทอด อุณหภูมิของการทอดขนมจะขึ้นกับแต่ละประเภทของขนม บางชนิดจำต้องใช้อุณหภูมิต่ำบางจำพวกจำเป็นต้องใช้อุณหภูมิปานกลางถึงสูงแต่สำหรับในการทอดคราวแรกบางทีอาจจะใช้น้ำมันที่ร้อนมากเพื่อให้ของหวานฟูขึ้น เมื่อฟูเต็มที่แล้วจึงลดไฟลงเป็นไฟกึ่งกลาง และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆลดลงมาเหลือไฟอ่อนๆได้แก่ การทอดขนม ทองพลุ
การนำลงทอด ขณะทอดไม่เสนอแนะให้คนเสมอๆควรปล่อยให้สุกหรือแทบเหลืองจึงกลับอีกด้าน การทอดแต่ละครั้งไม่สมควรทิ้งเศษของหวานให้ตกค้างในน้ำมันจำเป็นต้องรอช้อนเศษขนมขึ้นจากน้ำมันให้หมด เพราะว่าจะทำให้อุณหภูมิของน้ำมันลดลงเร็วส่งผลให้น้ำมันกลายเป็นสีคล้ำทำให้ของหวานสีไม่สวย
-ของหวานชนิดกวน
ถ้าหากเอ่ยถึงขนมไทยที่ใช้กระบวนการกวนสำหรับในการทำ คนไม่ใช่น้อยคงเคยลิ้มชิมรสชาติขนมเหล่านี้มาบ้างแล้วไม่ว่าจะเป็นขนมตะโก้ ขนมเปียกปูน ลองช่องน้ำกะทิไทย ซ่าหริ่ม เผือกกวน กระยาสารท กะละแม ฯลฯ กว่าจะได้มาเป็นของหวานที่อร่อยเชื่อว่าต้องผ่านวิธีวิธีต่างๆและไม่พลาดที่จะคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี
เตรียมแป้งก่อนกวนทุกคราว แป้งที่ใช้สำหรับในการกวนต้องเป็นแป้งที่เก็บไว้ไม่นานจนถึงเกินความจำเป็น เมื่อใดก็ตามนำแป้งมาใส่ภาชนะเพื่อกวนกับส่วนประกอบอื่นๆแนะนำให้ค่อยๆเทส่วนประกอบอื่นลงไปทีละเล็กละน้อยพร้อมด้วยนวดแป้งให้เหนียวอย่างเบามือราวๆ 10 นาที จึงใส่ของเหลวที่เหลือทั้งหมดลงไป แล้วนวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน
การใช้ไฟในขณะกวน การคนขนมควรที่จะใช้ไฟกึ่งกลางหรือไฟอ่อน ไม่สมควรใช้ไฟแรงเด็ดขาด เพราะเหตุว่าจะทำให้ของหวานจับกุมตัวเร็วขึ้น เนื้อขนมไม่เหนียวหรืออาจไหม้ได้ง่าย แนะนำให้ใช้ไฟอ่อนๆเพื่อให้ขนมสุกทั่วแล้วก็ปกป้องการไหม้ของของหวานระหว่างกวน
วิธีการกวน พายที่ใช้กวนโดยมากเป็นพายไม้ เพราะว่ามีความแข็งแรงและไม่มีส่วนใดละลายลงไปแปดเปื้อนของหวานแนวทางกวนที่จะทำให้ได้ขนมมีความเหนียวดีต้องกวนไปทางเดียวกันตลอดจนขนมถึงที่กะไว้
-ของหวานประเภทวุ้น
วุ้นนับได้ว่าเป็นของหวานที่หลายท่านติดอกติดใจ สามารถกินได้ทั้งยังเด็กรวมทั้ง คนแก่มีวิธีการทำที่ไมยุ่งยากเหมือนการทำขนมจำพวกอื่นๆเพราะเหตุว่ามีผงวุ้นสำเร็จรูปที่ขายในตลาดให้เลือกหลายแบบหลายรส ดังเช่น วุ้นน้ำกะทิใบเตย วุ้นลาย วุ้นชั้น วุ้นลูกตาล หรือวุ้นสังขยา แม้กระนั้นกระบวนการทำวุ้นให้ได้รสชาติที่ถูกปากนั้นควรจะเข้าใจสำหรับในการเลือกวัตถุดิบและก็ทำความเข้าใจเทคนิคการทำอย่างเข้าใจ
การใช้ผงวุ้น ในตลาดมีวุ้นหลายแบรนด์ร่วมกัน ซึ่งจะมีคุณสมบัติแตกต่าง เช่น มีความเหนียวน้อยเหนียวมากมายแตกต่างกันออกไป ปกติแล้วผงวุ้นจะใช้อัตราส่วนมาตรฐานเป็น 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 2 ถ้วยตวง
การตั้งไฟ ควรจะใช้ไฟปานกลางสำหรับเพื่อการเคี่ยวต้มวุ้นให้ใสเป็นเงา ต้องให้ผงวุ้นละลายก่อนก็เลยใส่น้ำตาล ส่วนแนวทางการทำวุ้นให้เป็นชั้นๆไม่ควรทิ้งผิววุ้นให้แห้ง เพราะว่าเมื่อพวกเราหยอดชั้นถัดไปจะมีผลให้วุ้นไม่ติดกันกระทั่งทำให้แต่ละชั้นหลุดออกมาจากกันได้ถ้าอยากให้วุ้นมีความกรอบแนะนำให้ตั้งไฟต้มนานๆเพื่อให้เหนียว แล้วคอยตักฟองออก
-ขนมจำพวกอบ
การอบของหวานเป็นแนวทางยอดนิยม แค่เพียงนำส่วนประกอบที่จัดแจงไว้เข้าเตาอบใช้เวลารอไม่นานก็ได้ขนมอบสุก มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ยิ่งกว่านั้นการอบยังเป็นการยืดอายุสำหรับเพื่อการรักษาขนมไว้ได้ยาวนานกว่าธรรมดา ดังเช่นว่า ของหวานกลีบลำดวน ขนมผิง ขนมหม้อแกง ของหวานไข่ เป็นต้น ซึ่งการอบขนมเเต่ละครั้งอาจจะมิได้ตามที่เราอยากได้เสมอไป แต่บางทีอาจขึ้นกับการเลือกเครื่องใช้ไม้สอยในการอบ
การเลือกพิมพ์อบหรือถาดอบ ต้องเลือกใช้วัสดุที่ทำมาจากอะลูมิเนียมและก็อะลูมิเนียมฟอยล์ ไม่ควรใช้พิมพ์อบที่ทำมาจากสเตนเลสเนื่องจากว่ามีความร้อนสูงและก็เก็บความร้อนได้นาน ทำให้ขนมไหม้เร็วไม่น่ารับประทาน ส่วนการอบขนมเป็นชิ้นเล็กๆนิยมใช้ถาดอบเตี้ยหรือถาดไม่มีขอบด้วยเหตุว่าจะก่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง สำหรับเพื่อการอบขนมชิ้นใหญ่ เช่น ขนมมุทะลุ ของหวานหม้อแกง ควรที่จะใช้ถาดมีขอบสูงประมาณ 1 นิ้ว เมื่ออบสุกดังที่ต้องการแล้วสามารถยกเสิร์ฟหรือจำหน่ายถาดได้เลย
 
สูตรคัพเค้ก
คัพเค้กสีรุ้ง
แค่เห็นสีสันของคัพเค้กสีรุ้งสูตรจากคุณ BlackPiano สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ก็ทำเอาน้ำลายสอกันเลยทีเดียว คัพเค้กสีรุ้งเกิดจากการนำสูตรชิฟฟอนมาผสมกับสูตรบัตเตอร์เค้ก เวลากินจะได้กลิ่นหอมของเนยจาง ๆ เคล้ากับความนุ่มละมุนของเนื้อเค้ก ถ้าทำเสิร์ฟในปาร์ตี้ต้องเกิดแน่นอนค่ะ
ส่วนผสม คัพเค้กสีรุ้ง
- เนยสด 115 กรัม
 - น้ำตาลทรายป่น 120 กรัม
 - แป้งเค้ก 135 กรัม
 - ผงฟู 1 ช้อนชา
 - นมสด 125 กรัม
 - ไข่ขาว 4 ฟอง
 - ครีมออฟทาร์ทาร์
 - น้ำตาลทรายป่น 45 กรัม
 - สีผสมอาหารสีแดง สีเขียว สีฟ้า และสีส้ม (หรือสีผสมอาหารอื่นตามชอบ)
วิธีทำคัพเค้กสีรุ้ง
1. ใส่เนยสดและน้ำตาลทรายลงในอ่างผสม ตีผสมเข้าด้วยกันจนนิ่มฟู
 2. ร่อนแป้งเค้กและผงฟูเข้าด้วยกันแล้วแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ใส่แป้งเค้กส่วนที่ 1 ลงไปในส่วนผสมเนยที่ตีไว้ คนผสมพอเข้ากัน (เคล็ดลับ : เวลาใส่แป้งเค้กลงไปแล้วอย่าคนนานเพราะเนื้อเค้กจะเหนียว)
 3. แบ่งนมสดเป็น 2 ส่วน เทส่วนที่ 1 ลงไปในส่วนผสมเนยคนผสมให้เข้ากัน
 4. ใส่แป้งเค้กส่วนที่ 2 ลงไปในส่วนผสมเนยคนผสมพอเข้ากัน จากนั้นเทนมสดส่วนที่เหลือลงไปคนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
 5. ใส่แป้งเค้กส่วนที่ 3 ลงไปในส่วนผสมเนยคนผสมพอเข้ากัน เพียงเท่านี้ก็จะได้บัตเตอร์เค้กแล้ว พักไว้
 6. ใส่ไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ลงในเครื่องตีแป้ง
 7. ในระหว่างตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ค่อย ๆ เทน้ำตาลทรายลงไปตีผสมด้วย ตีจนส่วนผสมขึ้นฟู
 8. แบ่งส่วนผสมไข่ขาวออกเป็น 2 ส่วน ตักส่วนแรกใส่ในส่วนผสมเนยแล้วคนตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน จากนั้นตักส่วนผสมไข่ขาวส่วนที่เหลือใส่ลงไปแล้วคนตะล่อมให้เข้ากัน
9. แบ่งส่วนผสมแป้งเป็น 5 ถ้วย (แยกไว้ 1 ถ้วยไม่ต้องผสมสี) จากนั้นใส่สีผสมอาหารสีแดง สีเขียว สีฟ้า และสีส้มลงไปแล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี
10. ตักส่วนผสมแป้งใส่ถ้วยกระดาษทีละชั้น โดยเริ่มจากใส่แป้งสีแดงลงไปเป็นฐานก่อน ตามด้วยส่วนผสมแป้งสีเขียว สีฟ้า สีส้ม สุดท้ายใส่ส่วนผสมแป้งที่ไม่ผสมสีลงไป
 11. นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 130-140 องศาเซลเซียส (เตาอบเล็ก) ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
 12. นำขนมออกจากเตามาพักไว้ให้คลายความร้อน


ขนมหวานชื่อก้องโลก
หนรามิสุ (Tiramisu)
เค้กมีชื่อเสียงของอิตาลีทำขึ้นจากเล ดี้ฟิงเกอร์ราดเอสเปรสโซ่ ใส่ไส้ด้วยมาสคาร์โปนชีสและซาบากลิออเน ลือกันว่าคราวรามิสุมีจุดกำเนิดมาจากการที่แม่บ้านของทหารในสงครามโลกครั้งที่ สองทำเค้กให้สามีกิน โดยเชื่อว่าส่วนประกอบของคาเฟอีนกับน้ำตาลจะช่วยทำให้พวกเขามีพลังและก็แคล้วคลาด จากอันตราย ช่างโรแมนติเตียนคเสียนี่กะไร เหมาะจะเป็นของหวานรับวันวาเลนไทน์โดยแท้จริง
-บาคลาวา (Baklava)
ความเป็นมาที่แท้จริงของบาคลาวายากที่จะเจาะจง ให้แจ่มกระจ่าง เพราะเหตุว่ากันว่ามันมีต้นกำเนิดจาก จักรวรรดิอ็อตโตมัน ดินแดนเมโสโปเตเมียแล้วก็อาหรับ โดยอาหารหวานประเภทนี้ทำขึ้นจากการนำแป้งฟิลปลาโลมาสอดไส้ไว้ด้วยถั่ว น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม แม้อยากได้ลิ้มรสรส แบบเจ้าตำรับก็จำเป็นต้องไปรับประทานถึงถิ่นที่อ้างถึงว่าเป็น จุดเริ่มต้น อีกทั้งกรุงอิสตันบูล กรุงเอเธนส์ แล้วก็กรุงเบรุตแม้แต่ละที่อาจจะมีรสนานับประการบ้าง แม้กระนั้นก็ยังการันตีได้ถึงความเอร็ดอร่อย
 -ไดฟุกุ (Daifuku)ขนมเจลลาตินทรงกลมจากดินแดนอาทิตย์อุทัยมักใส่ไส้ไว้ด้วยถั่วแดงหวาน (และก็บางเวลาก็บางทีอาจเป็นแยมสตอเบอร์รี่โรยด้วยแป้งบางๆโดยสามารถหาซื้อมารับประทานได้ทั้งจากกรุงโตเกียว โอซาก้า เกียวโต นากาโนะ รวมทั้งทุกหย่อมหญ้าในญี่ปุ่น
-กุหลับ จามาน (Gulab Jamun)
ก้อนขนมปังหวานที่คงไม่ถูกปากฝรั่งตาน้ำ ข้าว แม้กระนั้นคอนเฟิร์มว่าอยู่ในรายนามขนมอันดับแรกๆของคนประเทศอินเดีย รวมทั้งเมื่อมีคนกว่าพันล้านคนชอบใจ ก็ยากจะไม่ยอมรับได้ว่ามันไม่อร่อย ธรรมดาแล้วมักสร้างขึ้นโดยใช้ครีมสองชั้นรวมทั้งราด้วยน้ำเชื่อมเข้มข้น ได้รับความนิยมในประเทศอินเดีย ประเทศปากีสถาน เนปาลรวมทั้งประเทศในแถบเอเชียใต้
 -ฮาโล ฮาโล (Halo Halo)
จานเด็ดของชาวประเทศฟิลิปปินส์ที่มีชื่อเสียงดังไม่แพ้ไข่บาลุท แต่รับประกันได้ว่าไม่น่าสะอิดสะเอียน ทั้งนี้ ฮาโล ฮาโล ไม่มีสูตรวิธีการทำที่แน่นอน แต่ดูๆไปก็ไม่ต่างกับน้ำแข็งใสของบ้านเรา โดยนำน้ำแข็งบดมาเพิ่มเติมด้วยของเคียง อาทิเช่น ถั่วเขียว ลูกตาล ขนุน มะพร้าวอ่อน ไอศกรีม วุ้นมะพร้าว สับปะรด และก็อื่นๆก่อนที่จะจบท้ายด้วยการราดนมข้นแล้วก็น้ำเชื่อมโดยสามารถหารับประทานได้ทุก ที่ในกรุงมะนิลา
 -แบล็คฟอเรสท์ขนมเค้ก (BlackForestCake)
ด้วยความโด่งดังในเรื่องชนิทเซล เบียร์ แล้วก็เค้กรสชาติอร่อยมากมาย จึงไม่น่าประหลาดใจที่เยอรมนีจะแปลงเป็นสถานที่ดื่ม-กินที่ได้รับความนิยมของเรา โดยเจ้าช็อกโกแลตเค้กที่ทับซ้อนหลายชั้นด้วยครีม เชอร์รี่ และก็บรั่นดีผลไม้นี้เกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 1900 ทางตอนใต้ของเยอรมนี(วันหลังได้รับการปรุงแต่งให้บริบูรณ์เพิ่มขึ้นด้วยฝีมือ ของช่างทำเค้กในกรุง เบอร์ลิน)แล้วก็ขณะนี้เป็นทื่ชอบใจของคนทั้งโลก
-ข้าวเหนียวมะม่วง
อาหารหวานแบบไทยๆที่นำมะม่วงสุกเหลืองแพรวพราวมาทานคู่อาหารเหนียวมูนราดด้วยน้ำกะทิ ฟังแล้วชักชวนน้ำลายสอเป็นอย่างยิ่งโดยได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่าง ชาติ ทั้งยังสามารถหาลิ้มลองได้ในขณะที่โฮเต็ล ห้าง ห้องอาหาร รวมทั้งร้านอาหารตามท้องถนนทั่วไป
 -แอปเปิ้ล พาย (Apple Pie)เหมือนเคย แม้ว่าจะฟังมองเป็นอเมริกันค่ะ แต่ว่าจริงๆแล้วมีต้นกำเนิดจากเมืองผู้ดี โดยได้รับการคิดค้นขึ้นเมื่อปี 1381 แล้วก็ธรรมดาจะอบด้วยแป้งสองชั้นในสมัยเก่า ในขณะที่คนอังกฤษย้ายถิ่นมาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา พวกเขาได้นำเมล็ดแอปเปิลมาปลูกด้วย ก็เลยทำให้มันมีความเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมของชาวมะกัน แม้กระนั้นไม่ว่าจะที่โฮเต็ลในลอนดอนหรือร้านอาหารในแอลเอ แอปเปิลพายก็เป็นที่ชอบใจบรรดาลูกค้าเช่นกัน
 -ทุ่งนาไนโม บาร์ (Nanaimo Bars)
แคนาดาลือชื่อเรื่องอาหารหวาน ? ได้ยินแล้วไม่ต่างอะไรกับการพูดว่ากรุงเทวดาขึ้นชื่อลือชาเรื่องทะเลยังไงยังงั้น แม้กระนั้น ของหวานรสเลิศดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว มีที่มาจากเกาะแวนคูเวอร์ในเมืองนาไนโม เมืองบริติชโคลัมเบีย โดยได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากความสามารถแม่บ้านเขตแดนซึ่งได้ส่งเจ้าขนมทรง สี่เหลี่ยมจัตุรัสชิ้นนี้ไปประกวดในนิตยสารรวมทั้งครอบครองรางวัลชนะมาได้ ปัจจุบันนี้ เป็นที่ชอบใจของคนเราในแถบอเมริกาเหนือ
 -แครมบรูเล่ (Creme Brulee)
ชื่อจะฟังดูแล้วฝรั่งเศสสุดๆแต่ว่าอย่าพึ่งจะด่วนวินิจฉัยว่าเป็นแบบนั้น ด้วยเหตุว่าวิทยาลัยทรินิตี้ในเคมบริดจ์ได้กล่าวถึงว่าพวกเขาคือเจ้าตำรับคนคิดค้น ของหวานสูตรเด็ดนี้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1600 อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีต้นกำเนิดจากอังกฤษ แต่ว่าเชื่อแน่ว่าอาจไม่มีสถานที่ใดเหมาะสมแก่การทานคัสตาร์ดเย็นๆโรยด้วยน้ำตาลไหม้ ได้เท่ากับใต้หอพักไอเฟลที่แต่งแต้มด้วยไฟสว่างไสวในตอนกลางคืนในกรุงปารีส
 
วิธีสำหรับการทำคุกกี้
1.เนยสดหรือมาการีนหรือเนยขาว มีกลิ่นแล้วก็รสที่ไม่เหมือนกันสุดแล้วแต่ต้นทุนสำหรับการผลิตแพง เนยสดรสดีเยี่ยมที่สุด มารการีนให้รสชาติของขนมทดลองลงมาตอนท้ายก็คือเนยขาว ถ้าใช้เนยขาวล้วนสำหรับเพื่อการทำจะมีผลให้คุกกี้มีลักษณะโปร่งเบามากเหลือเกิน เวลาอบสุกผิวของขนมจะเป็นสะเก็ดเปราะหักง่าย กลิ่นแล้วก็รสด้อยไม่อร่อย ฉะนั้นจึงไม่นิยมนำเนยขาวขาวล้วนมาทำคุกกี้ หากอยากได้ลดทุนสำหรับการผลิตอาจใช้เนยสดผสมมารการีนหรือใช้มารการีนล้วน สุดแท้แต่ขี้ตระหนี่ลิ่นนมเนยช่วย ก็จะก่อให้ทุนสำหรับในการผลิตลดน้อยลง
2. การทำคุกกี้ส่วนมากจะเริ่มจากการตีเนยสดกับน้ำตาล เนื่องมาจากบ้านพวกเรามีอากาศร้อน หากใช้เนยสดทำขนมควรนำเนยสดออกมาตีในระหว่างที่ยังเย็นอยู่ ถ้าเกิดเนยสดอ่อนตัวมากจนเกินไปเนยจะไม่เก็บอากาศคุกกี้จะมีลักษณะแข็ง
3. การตีเนยกับน้ำตาล ถ้าตีน้อยเกินไปจะมีผลให้คุกกี้มีลักษณะดังต่อไปนี้ ส่วนประกอบข้นเกินไป เหนียว บีบยาก ขนมที่อบสุกมีขนาดเท่าเดิม ไม่ขยายตัว ของหวานที่สุกมีลักษณะแข็ง ไม่กรอบร่วน
4. ตีเนยสดกับน้ำตาลทรายมากจนเกินไป ส่วนประกอบเหลวบีบง่าย ของหวานที่อบสุกมีการแผ่ขยายมากเกินความจำเป็น ลักษณะของของหวานแบน เนื้อของของหวานที่อบสุกหยาบ กรอบ ร่วนมากจนเกินความจำเป็น
5. ความเร็วของเครื่องในการตีเนย หากใช้ความเร็วช้าไปกำเนิดอากาศ ยิ่งตีนาน ยิ่งเหลว เพราะฉะนั้นควรตีเนยด้วยความเร็วของเครื่องระดับปานกลางขึ้นไป หรือหากใช้ความเร็วสูงก็ใช้ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการตีให้สั้นลง
6. การใช้เครื่องมือในการตีเนย ใช้หัวตะกร้อตีเนยจะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการใช้หัวใบไม้รวมทั้งฟูได้เร็ว ถ้าเกิดเนยสดมีลักษณะแข็งเหลือเกิน อาจจะส่งผลให้เส้นตะกร้อขาดได้ ควรใช้ความเร็วต่ำก่อนตีเพื่อเนยอ่อนตัว และใช้ความเร็วสูงเพื่อให้เนยขึ้นฟู
7. การใส่ไข่ควรใช้ไข่ที่เย็น ควรใส่ไข่เมื่อตีเนยสดกับน้ำตาลทราย จนกระทั่งขึ้นฟูขาวน้อยแล้วจึงใส่ไข่แล้วตีถึงแม้ว่าจะขึ้นฟูจะช่วยทำให้ระยะ เวลาสำหรับในการตีเนยสดให้ฟูเร็วขึ้น
8. ระยะ เวลาสำหรับในการตีเนยสดกับน้ำตาลทราย ถ้าเกิดใช้น้ำตาลทรายไม่สำคัญจะต้องตีเนยสดกับน้ำตาลทราย จนถึงน้ำตาลละลายหมด การใส่ไข่เร็วจะช่วยให้น้ำตาลละลายให้ดียิ่งขึ้น ช่วงเวลาเดียวกันควรเลือกซื้อน้ำตาลเม็ดเล็กๆก็จะช่วยสำหรับเพื่อการทำให้น้ำตาลละลายได้เร็วขึ้น ช่วงเวลาในตีเนยกับน้ำตาลหากตีนานเกินไปจะก่อให้เนื้อคุกกี้โปร่งพองมากเกิน ไปและหากใช้น้ำตาลเม็ดใหญ่ เมื่อขนมอบสุกก็จะมีเม็ดน้ำตาลคงเหลือบนหน้าของของหวาน
9. การใส่แป้งลงในส่วนประกอบ ไม่สมควรจะใส่ทีละเล็กละน้อย เนื่องจากว่าจะทำให้ระยะเวลาสำหรับการผสมนาน อาจส่งผลให้คุกกี้เหนียวได้ ควรแบ่งแป้งออกเป็น2-3ส่วน ใส่ครั้งละส่วน ผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากันด้วยความเร็วตํ่าของเครื่อง
10. คุกกี้ที่ตีเสร็จแล้ว ถ้ามีลักษณะเหลวเกินความจำเป็น อาจเพิ่มเติมแป้งได้บางส่วน แม้กระนั้นต้องระวังเนื่องจากว่าหากเติมมากจนเกินไปก็จะมีผลให้คุกกี้จืดแล้วก็มีลักษณะแข็ง ตีคุกกี้ข้นเหลือเกิน บางทีอาจปรับปรุงโดยการตีคุกกี้ขึ้นมาใหม่อีกสูตร ตีเนย กับนํ้าตาลให้นานขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้คุกกี้มีลักษณะเหลวกว่าธรรมดา แล้วนำคุกกี้ที่แข็งมาผสมรวมกัน
11. เม็ด ถั่วต่างๆที่จะนำลงมาใส่คุกกี้น่าจะเอามาอบให้สุกและกรอบซะก่อน
12.การหยอดคุกกี้ลงบนถาดควรจะเว้นระยะประมาณ1/2-1ซม. เพื่อคุกกี้ขยายตัวในระหว่างการอบ
13. คุกกี้ที่อบสุกแล้วควรจะแซะออกมาจากถาดทันที หากรอคอยให้คุกกี้เย็นในถาดจะมีผลให้แตกหักในระหว่างการแซะออกมาจากถาดได้
14. ลักษณะของคุกกี้เมื่อสุกแล้วจะมีสีหลากหลายและยังสวยงาม เนื้อของหวานมีลักษณะนุ่มน้อย ถ้าเกิดจับในลักษณะที่ยังร้อน แม้กระนั้นถ้าหากปลดปล่อยให้เย็นคุกกี้ก็จะมีลักษณะกรอบ
15. อุณหภูมิที่ใช้สำหรับการอบคุกกี้ โดยมากจะอยู่ที่ราว 300 ํF หรือ 150 ํC มีแต่ไฟล่างช่วงเวลาสำหรับเพื่อการอบโดยประมาณ 15-20 นาทีแล้วแต่ขนาดของขนม
16. ขนาดของของหวานควรจะมีขนาดเท่าๆกันจะช่วยให้ของหวานที่อบสุกมีสีหลากหลายและยังสวยงามทั้งยังถาดหากมีชิ้น เล็กบ้างใหญ่บ้าง ชิ้นเล็กก็จะสุกก่อนชิ้นใหญ่เสมอ ทำให้ล่าช้าให้การแซะออกก่อน
17. คุกกี้ที่มีส่วนผสมของเนยมากมายจะนิ่มเร็วถ้าหากโดนอากาศ เพราะฉะนั้นเมื่อวางของหวานจนเย็นแล้วควรจะเก็บใส่ถุงปิดสนิทในทันที ในเวลาเดียวกันที่คุกกี้มีปริมาณของเนยน้อยก็จะนุ่มช้ากว่าแม้ว่าจะวางเอาไว้ ภายนอกกล่อง ปริมาณของเนยที่อยู่ในตัวของหวานจะเป็นตัวดูดความชื้นจากอากาศ ยิ่งเนยมากมายก็ดูดความชื้นเร็ว
18. การหั่นคุกกี้แช่แข็ง ถ้าหากคัดออกมานอกตู้แช่เย็นสักพัก จะก่อให้หั่นได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ถ้าหากของหวานเย็นจัดจะมีผลให้ขนม หั่นยากจำต้องออกแรงมาก อีกทั้งบางประเภทของขนมแตกหักง่ายไม่สวยสวย
19. การอบคุกกี้แช่แข็งสามารถอบได้โดยทันทีไม่ต้องรอให้คุกกี้หายเย็น
20. การม้วนคุกกี้แช่แข็งเป็นแท่งกลมจำเป็นต้องม้สนให้แน่น มิฉะนั้นคุกกี้จะมีรูกลวงตรงกลางอาจใช้ไม้บรรทัดช่วยม้วนให้แน่นขึ้นได้
21. คุกกี้แช่แข็งนั้นสามารถทำล่วงหน้าเก็บไว้ได้เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน โดยเก็บในช่องสำหรับแช่แข็ง แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยๆทยอยนำออกมาอบขาย
22. คุกกี้ ที่อบไว้เป็นเวลานานๆกลิ่นของเนยอาจจะหายไปได้ด้วยเหตุผลดังกล่าวการใส่กลิ่นนมเนยเพิ่มเข้าไปในเรื่องที่ใช้ มาการีนก็สามารถที่จะช่วยให้ขนมเก็บได้นานขึ้น
23. คุกกี้ เป็นของหวานที่เก็บไว้ได้นานเป็นเดือน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องทายากันรา ควรปิดปากถุงหรือปิดขวดให้สนิท เพื่อให้ขนมกรอบได้นานขึ้นรวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้กลิ่นหอมของเนยระเหยออก
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว)

เครดิตบทความจาก : http://www.annann201.com/

Tags :  ขนมไทย,สอนทำอาหารญี่ปุ่น,เรียนทำอาหาร