ปักษ์ใต้ทูเดย์ ดอทคอม

สำหรับดีเจ พีเจ ควรอ่าน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mawpaa*

  • ***
  • 64
  • 220
ขอขอบคุณเจ้าของโพสเดิม..เขียนโดย สายทอง สุจริยาพงศ์พร
เทคนิคการจัดรายการวิทยุอย่างมืออาชีพ

นักจัดรายการวิทยุ (DJ) ย่อมาจากคำว่า Disc Jockey ซึ่งหมายถึง ผู้จัดรายการเพลงนำเสนอเนื้อหารายการทางสถานีวิทยุเพื่อให้ความรู้ สาระและความบันเทิงแก่ผู้ฟัง ดำเนินรายการตามรูปแบบและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยการอ่าน การพูดคุย การสัมภาษณ์บุคคล การสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ ทางจดหมายหรือวิธีอื่นๆ ควบคุมการนำเสนอเนื้อหารายการภายในเวลาที่กำหนด ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตรายการ ผู้เขียนบทวิทยุ เพื่อให้ดาเนินรายการเป็นไปตามรูปแบบอย่างถูกต้อง รวมทั้งการศึกษา ค้นคว้า และติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับรายการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าขณะออกอากาศ การโฆษณาสินค้าหรือบริการแทรกในรายการ การจัดเตรียมเพลง เป็นต้น
นักจัดรายการวิทยุ ควรพึงระมัดระวังไว้เสมอว่า ตนเองมีหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ ทัศนคติที่มีอยู่ไปถึงผู้ฟัง ด้วยน้ำเสียงของเราเอง ดังนั้น การได้ทราบว่าสิ่งที่ได้พูดออกอากาศไปนั้น มีจุดประสงค์อะไร ย่อมจะเป็น ผลดีต่อผู้ประกาศว่า ควรจะถ่ายทอดบทที่เห็นอยู่ตรงหน้าไปถึงผู้ฟังได้อย่างไร
เสน่ห์ของวิทยุกระจายเสียงคือ ทำให้ผู้ฟังจินตนาการตามเสียงการรับฟัง เสียงสามารถเข้าไปถึงทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา ป่าเขา ในเมือง ซึ่งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์เข้าไปไม่ถึง ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่า การจัดรายการวิทยุ ก็เหมือนการปรุงอาหารให้คนกิน ต้องมีศิลปะ  เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องมีเทคนิคการปรุงให้คนฟังติดใจ ต้องมีความหลากหลาย เพราะผู้ฟังมีหลายกลุ่ม มีความชอบที่แตกต่างกันออกไป นักจัดรายการวิทยุจึงต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ ทำอย่างไรจึงจะสามารถครองใจคนฟังได้
ประเภทของรายการวิทยุ
1. ข่าวสาร คือ รายการที่มุ่งบอกกล่าวหรือประกาศให้ผู้ฟังรู้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เพื่อให้ผู้ฟังติดตามเหตุการณ์ทราบความเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์ต่อที่ชีวิตประจำวัน ข่าววิทยุ เป็นข่าวที่มีความรวดเร็ว และเสนอได้ตลอดทั้งวัน เป็นการเสนอเหตุการณ์โดยตรงแก่ผู้ฟัง
2. ความรู้ คือรายการที่มุ่งวิชาความรู้ วัฒนธรรม อาชีพ การดำเนินชีวิต และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
3. ความบันเทิง คือรายการที่มุ่งสร้างความรื่นเริงบันเทิงใจ คลายเครียด ไม่เน้นสาระทางวิชาการ แต่จะมุ่งเสนอให้ผู้ฟังเกิดความสบายใจ
4. บริการสาธารณะ คือ รายการที่สถานีจัดขึ้นเป็นบริการสาธารณชนโดยไม่มีค่าตอบแทน และมุ่งบริการความรู้ สาระทั่วไป เสนอข่าวสารประจำวันที่เกี่ยวข้องกับสังคมโดยรวม
หน้าที่ของผู้จัดรายการวิทยุ
1. เพื่อการบอกกล่าว คือความพยายามที่จะรายงาน ถ่ายทอดสิ่งที่ได้พบเห็นออกไปถึงผู้รับอย่างตรงไปตรงมา
2. เพื่อการโน้มน้าวใจ คือความพยายามที่จะทำให้ผู้รับมีความเห็นคล้อยตามหรือโต้แย้ง
3. เพื่อให้ความรู้ คือความพยายามที่จะผู้ฟังรับทราบรายละเอียดเรื่องราวที่นำเสนอ
4. เพื่อให้ความบันเทิง คือความพยายามที่จะทำให้ผู้รับฟังเกิดความพึงพอใจ มีความสุข
ผู้จัดการรายการสามารถปรับการจัดรายการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาได้
เทคนิคการอ่านต่างๆ
1.การอ่านข่าว เป็นการอ่านที่ถูกต้อง ชัดเจน ความหนักแน่น ซึ่งหมายถึง ความน่าเชื่อถือของผู้อ่าน ผู้อ่านเพียงทำหน้าที่บอกกล่าวเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงอารมณ์ลงไปในข่าว พึงระลึกไว้ว่า ความถูกต้องคือ หัวใจของการอ่านข่าว การอ่านถูกต้องอักขรวิธี เป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อให้เกิดขึ้นในหมู่คนฟัง
2.การอ่านสารคดี เป็นการอ่านประเภทเล่าเรื่อง จุดประสงค์เป็นการบอกกล่าวให้ความรู้ โดยแฝงความบันเทิงในรูปของการเล่าให้ฟัง น่าติดตาม ผู้อ่านควรอ่านให้เสมือนว่ากำลังเล่าสิ่งที่ตนไปเห็นมา แล้วเก็บมาเล่าให้ผู้อื่นฟัง ผู้อ่านต้องมองเห็นภาพผ่านตัวหนังสือ กล่าวคือต้องจินตนาการ ผู้ฟังก็จะคล้อยตามและเห็นไปตามที่เราได้ยิน ข้อควรระวัง คือ น้าเสียง อารมณ์ และถ้อยคำต้องไปด้วยกัน
3.การอ่านบทความ เป็นการอ่านที่ใช้ความพยายาม ที่จะทำให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อมั่นและคล้อยตาม การอ่านบทความนั้นเราจะอ่านอย่างไรก็ได้ เพียงขอให้ผู้ฟังเชื่อถือและปฏิบัติตามที่เราอ่าน
4.การอ่านการพูดในรายการเพลง บางครั้งผู้จัดรายการจะเตรียมต้นฉบับไว้อ่านในรายการหรือไม่เตรียมก็ได้ ใช้พูดสดแนะนำเพลงและพูดคุยกันไปเรื่อยๆ ผู้จัดรายการต้องทำหน้าที่ของผู้สนทนาหรือเพื่อนคุย การพูดคุยควรจะเป็นไปเพื่อความบันเทิงเนื้อหา ควรสอดคล้องเข้ากันได้กับเพลงที่
องค์ประกอบในการผลิตรายการวิทยุ
1. ผู้ฟัง กลุ่มผู้ฟังที่เป็นเป้าหมายของนักจัดรายการวิทยุแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่นักจัดรายการวิทยุจะผลิตรายการออกมา เน้นกลุ่มผู้ฟังเป็นใคร เช่น กลุ่มผู้ฟังวัยทำงาน วัยรุ่น ประชาชนทั่วไป และอาจมองให้ลึกไปอีก เช่น เป็น เพศ อายุ อาชีพ เป็นต้น
2. เนื้อหา เนื้อหาการนำเสนอ ควรสอดคล้องกับกลุ่มผู้ฟัง เราอาจพิจารณาถึงระดับการศึกษา แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ระดับการศึกษาสูง ระดับการศึกษาปานกลาง และระดับการศึกษาต่ำ
3. วิธีการนาเสนอ
3.1 ภาษาพูด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อักขระภาษาไทย ถูกต้อง ชัดเจน
3.2 ลีลาการพูด ไม่ควรพูดเหมือนท่องจำ หรืออ่านหนังสือ น้ำเสียงแสดงความจริงใจ ไม่ดูถูกผู้ฟังหรือคิดว่าผู้ฟังรู้ไม่เท่าตนเอง
3.3 เพลงประกอบ จะช่วยให้รายการน่าฟัง น่าติดตาม ที่นิยมกันก็คือสาระสลับด้วยเพลง รายการที่เป็นสาระอย่างเดียว ทำให้ผู้ฟังเกิดความเบื่อ จึงควรสลับด้วยเพลง แต่ไม่ควรพูดทับเพลง หรือที่ภาษาวิทยุเรียกว่า พูดผ่าเพลง
4. เวลาออกอากาศ เป็นตัวที่กำหนดให้ผลิตรายการรูปแบบใดได้บ้าง ควรค้นหาให้ได้ว่า เวลาใดจะเหมาะกับผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายใด
การประเมินผล
ความสำเร็จของการจัดรายการวิทยุขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ฟัง ผู้จัดรายการวิทยุจึงจำเป็นต้องรู้จักประเมินผลรายการของตนเอง โดยใช้วิธีประเมินที่แตกต่างกันออกไป เช่น
1. กลุ่มผู้ฟังวัยทำงาน ฟังรายการวิทยุขณะที่ทำงานไปด้วย
2. กลุ่มผู้ฟังวัยรุ่น ต้องนำเสนอรายการโดยใช้ภาษาเดียวกับวัยรุ่น เพื่อให้เกิดความใกล้ชิด ต้องเจาะให้ได้ว่า ช่วงเวลานั้นๆ วัยรุ่นกำลังให้ความสนใจเรื่องใด
3. เจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น การใช้ภาษา ประเด็นการนำเสนอ
4.สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้จัดการรายการในสายตาผู้ฟัง ผู้ฟังจะเชื่อมั่นในตัวเราและเนื้อหาที่เรานำเสนอ
5. Concept ทำรายการให้โดนใจผู้ฟัง หรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการนำเสนอ เช่น วัยผู้ใหญ่ ควรใช้เพลงประเภทใด ลูกทุ่ง ลูกกรุง
6. เนื้อหา (Content) ในการนาเสนอ เรื่องอะไร น่าสนใจหรือไม่ กลุ่มเป้าหมายกาลังให้ความสนใจเรื่องอะไร
7. ต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพตัวเองของผู้ดาเนินรายการ สร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ
8. ต้องมีการวิเคราะห์รายการเพื่อนาไปสู่การพัฒนารายการให้ดีขึ้น
รูปแบบและเทคนิคการจัดรายการวิทยุ
1. หัวใจของการเป็นนักจัดรายการวิทยุ สิ่งที่สำคัญต้องถามตัวเองว่า รัก ชอบที่จะเป็นนักจัดรายการหรือไม่ บางคนชอบเฉพาะช่วงแรก ดังนั้น จึงต้องมีความรับผิดชอบสูง ตรงต่อเวลา การเตรียมตัวก่อนออกอากาศ เนื้อหา สาระ วันหยุดของเราแต่วิทยุไม่ได้หยุดออกอากาศทุกวัน หากเรามีความรัก ความชอบที่จะเป็นนักจัดรายการวิทยุแล้ว เหล่านั้นก็จะไม่ใช่ปัญหา นักจัดรายการวิทยุควรเป็นนักเล่าเรื่อง นักขายฝัน การมีส่วนร่วมกับผู้ฟัง
2. จัดรายการให้ประสบความสำเร็จ
2.1 รู้จักตนเอง จิตใจใฝ่รู้ แสวงหาความรู้มาพูดคุยกับผู้ฟัง  มีความทันสมัย มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง
2.2 รู้จักหน้าที่ ให้ข่าวสาร รายการข่าว ประกาศประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้ความรู้ สาระบันเทิง บทความ สัมภาษณ์ เป็นต้น
3. รายการและประเด็นที่ควรมุ่งเน้น วัฒนธรรมท้องถิ่น อาชีพ ทักษะ งานฝีมือ ครอบครัว สุขภาพ
4. รายการที่ควรหลีกเลี่ยง การลบหลู่สถาบันสำคัญทางสังคม ยุยงให้เกิดความแตกแยก ยั่วยุในทางที่ผิดศีลธรรม ขัดต่อกฎหมาย จารีต ประเพณี หรือมุ่งเน้นการโฆษณามากจนเกินไป
การลดความประหม่าก่อนจัดรายการวิทยุ
นักจัดรายการวิทยุเกือบทุกคนเมื่อจัดรายการวิทยุครั้งแรก ย่อมมีความประหม่าแน่นอน ไม่ว่าคนนั้นจะพูดเก่งแค่ไหน อาการที่เกิดจากความประหม่า มีหลายอย่าง เช่นลืมเรื่องที่พูด พูดเร็ว หรือช้ากว่าปกติ
สาเหตุของความประหม่า อาจจะมาจากการเตรียมตัวไม่พร้อม ขาดความเชื่อมั่น มีผลทำให้เกิดความกลัว     ดังนั้นวิธีลดความประหม่า เช่น เตรียมเรื่องและเอกสารประกอบการพูดล่วงหน้าให้ดีที่สุด  ซ้อมพูดดังๆ ก่อนเข้ารายการ มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่อยู่กับที่ เป็นต้น สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดอาการประหม่าก่อนเข้ารายการ ให้หายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อน 3-4 ครั้ง บีบมือสักครู่แล้วค่อยๆ เอามือออก
กล่าวโดยสรุป การจะเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีมีคุณภาพ ไม่ยากเกินความสามารถ ขอแค่ดำเนินตามหลักการ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีการฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญต้องมีความรับผิดขอบ ตรงต่อเวลา เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักจัดรายการวิทยุที่เก่งมาก ขอแค่สามารถเข้าไปอยู่ในใจคนฟังได้ก็เป็นพอ
dj mawpaa