ปักษ์ใต้ทูเดย์ ดอทคอม

รับพิมพ์ posters เผยแพร่โฆษณา ทำ สลากติดข้างกล่องใส่เครื่องสำอางค์ ราคาย่อมเยาว์

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Boyzite1011*

  • *****
  • 11305
  • 32061
รับผลิตกล่องเครื่องสำอางค์ รับพิมพ์ magazines เผยแพร่โปรโมทหรือ design โลโก้ติดข้างกล่องใส่เครื่องสำอางค์ คุณภาพสูง
การพิมพ์ด้วยระบบ Offset :
 ระบบออฟเซทเป็นระบบการพิมพ์ที่ใช้กันมากที่สุดทั้งโลกในตอนนี้ เพราะเหตุว่าให้งานพิมพ์ที่งามมีความคล่องตัวในการจัดอาร์ตเวิร์ค และไม่ว่าจะดีไซน์ยังไง การพิมพ์ก็ไม่ยุ่งยากมากเกินความจำเป็นประกอบกับความรุ่งเรืองในการทำฟิล์มถ่ายรูป แล้วก็การแยกสีในขณะนี้ ทำให้ยิ่งพิมพ์เยอะแยะเยอะแค่ไหนก็จะยิ่งถูกลง
การพิมพ์ Offset :
เป็นการพิมพ์พื้นราบที่ใช้วิธีการน้ำกับน้ำมันไม่รวมตัวกัน โดยสร้างเยื่อน้ำไปเกาะอยู่บนรอบๆไม่มีภาพของแผ่นแม่พิมพ์ เมื่อรับหมึกๆจะไม่เกาะน้ำ แต่ว่าจะไปเกาะรอบๆที่เป็นภาพแล้วถูกถ่ายลงบนผ้ายาง แล้วก็กระดาษพิมพ์ถัดไป การพิมพ์ออฟเซทสามารถ ผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงจนกระทั่งสูงมาก เครื่องพิมพ์มีหลายขนาดมีทั้งเครื่องพิมพ์ 1 สี 2 สี 4 สี 5 สี หรือมากยิ่งกว่านั้นแบบอย่างงานพิมพ์ออฟเซท ดังเช่นว่า พิมพ์แผ่นพับ พิมพ์ใบปลิว พิมพ์หนังสือ พิมพ์นิตยสาร พิมพ์วารสาร พิมพ์โบรมั่นใจ พิมพ์แคตตาล็อกบรรจุภัณฑ์กระดาษ งานพิมพ์ใช้ในที่ทำการ ฯลฯ
รับผลิตกล่องสบู่ [/u], รับผลิตกล่องครีม
ชนิดของกระดาษ :
ประเภทของกระดาษเป็นอีกหนึ่งเหตุที่แปรผันตรงกับเงินลงทุนการพิมพ์ กระดาษที่ดีมีคุณภาพสูงจะให้งานที่ออกมาดูดีสวยงามรวมทั้งทนทาน แต่ว่าก็จะทำให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย เหมาะกับงานที่อยากความประณีตบรรจงสูง เก็บไว้ใช้งานได้นาน กระดาษประสิทธิภาพรองลงมาอาจจะใช้ สำหรับงานที่ไม่ต้องการที่จะอยากความงามมากหรือไม่อยากได้เก็บไว้นาน เป็นต้นว่า ใบปลิว หนังสือพิมพ์ อื่นๆอีกมากมาย
กระดาษอาร์ต :
กระดาษอาร์ตกระดาษชนิดนี้เนื้อจะแน่น ผิวเรียบ เหมาะสำหรับงานพิมพ์ 4 สียกตัวอย่างเช่น โปสเตอร์ โบรชัวร์ ปกนิตยสาร ฯลฯ กระดาษชนิดนี้ราคาค่อนสูง ประสิทธิภาพกระดาษก็นาๆประการ สุดแต่มาตรฐานของผู้ผลิตด้วยมีให้เลือกหลายแบบยกตัวอย่างเช่น
กระดาษอาร์ตมัน
กระดาษเนื้อเรียบ เป็นเงาเงา พิมพ์รายงานได้ใกล้เคียงกับสีจริง สามารถเคลือบเงาได้ดี ความหนาของกระดาษมีดังนี้ 85 เอ็งรม , 90 เอ็งรม , 100 มึงรม , 105 เอ็งรม , 120 เอ็งรม , 130 เอ็งรม , 140 มึงรม , 160 แกรม
กระดาษอาร์ตด้าน
กระดาษเนื้อเรียบ แต่ว่าเนื้อไม่มัน พิมพ์งานสีจะซีดเซียวลงเล็กน้อย แต่มองหรู ความดกของกระดาษมีดังนี้ 85 มึงรม , 90 แกรม , 100 เอ็งรม , 105 แกรม , 120 มึงรม , 130 แกรม , 140 แกรม , 160 เอ็งรม
กระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า
เป็นกระดาษอาร์ตที่มีขนาดดกตั้งแต่ 100 เอ็งรมขึ้นไป เหมาะกับพิมพ์รายงาน โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือหรืองานต่างๆที่ต้องการความครึ้ม
กระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า
เป็นกระดาษอาร์ตที่มีความแกร่งกว่ากระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า ดกตั้งแต่ 190 มึงรมขึ้นไป เหมาะกับพิมพ์งานที่อยากพิมพ์แค่หน้าเดียว ดังเช่นว่า กล่องใส่ผลิตภัณฑ์ต่างๆโปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ เป็นต้น
 
ในตอนนี้สื่อในการเผยแพร่โปรโมทหรือประชาสัมพันธ์สินค้า/บริการมีให้เลือกหลายประเภท ความก้าวหน้าทางระบบเน็ตเวิร์กอิเล็กทรอนิกส์กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสื่อใหม่ๆขึ้น ดังเช่นว่า สื่อทางอินเตอร์เน็ท ยังไงเสียสื่อที่ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก้าวหน้าสื่อหนึ่งก็คือสื่อสิ่งพิมพ์
Leaflets (แผ่นพับ/ใบปลิว) leaflets มีลักษณะเป็นแผ่นๆพิมพ์ลงบนกระดาษบางขนาดไม่ใหญ่มาก leaflets อาจมีการพิมพ์สีเดียว สองสี หรือหลากสี มักพิมพ์ด้วยระบบ offset leaflets อาจมีการพับครึ่ง พับสองทบ หรือหลายทบเพื่อดูกระชับ leaflets เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้แจกถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง สามารถแจกในจุดขายสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้า จะใช้บุคลากรเป็นผู้แจก leaflets หรือวางในจุดที่ผู้พอใจสามารถ จับ leaflets เองก็ได้ รายละเอียดใน leaflets ชอบเป็นคำโฆษณาชวนเชื่อหรือช่วยเหลือแนวทางการขายสินค้า/บริการ หรือบางทีอาจอธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์/บริการต่างๆ
Brochures สิ่งพิมพ์ brochure มักมีหน้ามากยิ่งกว่าสองหน้าขึ้นไปรวมทั้งมักมีการเย็บติดเป็นรูปเล่ม ข้างในมีใจความและมักมีภาพประกอบ จุดประสงค์ของ brochures เพื่อใช้เป็นสื่อสำหรับในการโฆษณาหรือช่วยเหลือการขาย ตลอดจนการแนะนำโปรโมทองค์กร กิจกรรม รวมทั้งผลิตภัณฑ์/บริการต่างๆคำว่า "brochures" นั้นเป็นที่มาจากภาษาฝรั่งเศส โดยใช้เรียกทับศัพท์ของสิ่งพิมพ์ประเภทหนึ่ง ในความหมายที่จริงจริงแล้ว brochures หมายความถึงหนังสือเล่มเล็กซึ่งก็หมายความว่าควรมีการเย็บเล่มเข้าด้วยกันนั่นเอง การแจกจ่าย brochures สามารถกระทำได้เช่นเดียวกับการแจกจ่าย leaflets และเนื้อหาใน brochures ก็มีการโปรโมท โปรโมท ช่วยเหลือการขายสินค้า/บริการ ตลอดจนเล่าเนื้อหาของผลิตภัณฑ์/บริการต่างๆเหมือนกันกับ leaflets แต่ brochures สามารถให้เนื้อหารวมทั้งแสดงภาพได้ดีมากยิ่งกว่า leaflets จุดหนึ่งที่ brochures ต่างจาก leaflets ก็คือ leaflets มักใช้เป็นงานเฉพาะกิจ ใช้ในช่วงสั้นๆเช่น การช่วยส่งเสริมแนวทางการขาย การเสนอแนะสินค้าในตอนต้น ส่วน brochures มักใช้เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีอายุการใช้งานที่เป็นเวลานานกว่า
Catalogues catalogues เป็นสิ่งพิมพ์ที่ทำเป็นเล่ม catalogues มุ่งเสนอรายละเอียดของผลิตภัณฑ์/บริการ มักมีภาพสินค้า มีคำพรรณนาประกอบ จัดแบ่งชนิดสินค้า/การบริการเป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการค้นหา มักพิมพ์ด้วยระบบ offset สี่สีสวยงาม ทำเล่มแบบเย็บมุงหลังคาหรือไสสันทากาว มักมีปกหน้า-หลังเป็นกระดาษครึ้ม ปัจจุบันอาจจะมีหลายขนาด ที่นิยมมากจะเป็นขนาด A4 เพราะสบายต่อการจัดเก็บ catalogues บางเล่มบรรจุสินค้า/บริการจำนวนมาก ทำให้หนังสือมีความหนามาก catalogues ส่งผลต่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์/บริการออกจะสูง การจัดทำ catalogues ก็เลยควรจะมีการเอาใจใส่ในเรื่องประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง
Magazines/Journals magazines/journals เป็นงานพิมพ์ที่นำเสนอรายละเอียด บทความเพื่อเผยแพร่ให้มหาชน หรือฝูงคนเจาะจง อาจมีภาพอธิบายหรือไม่ก็ได้ มักจะทำเล่มแบบเย็บมุงหลังคาหรือไสสันทากาว มักมีปกด้านหน้า-หลังเป็นกระดาษครึ้มกว่าภายในและก็มักพิมพ์ใส่สีงดงาม เดี๋ยวนี้ magazines/journals อาจจะมีหลายขนาด ที่นิยมมากมายจะเป็นขนาด A4 หรือใกล้เคียงกับ A4 เนื้อหาภายในใช้กระดาษปรู๊ฟ หรือกระดาษปอนด์ หรือกระดาษอาร์ต สุดแท้แต่ความเหมาะสมรวมทั้งงบประมาณ การพิมพ์ magazines/journals มักใช้ระบบ offset สีเดียว สองสี หรือใส่สี หรือมีหลายแบบในเล่มเดียวกัน magazines/journals จะมีการกำหนดรอบระยะเวลาสำหรับเพื่อการออกเผยแพร่ อาทิเช่น เป็นทุกเดือน รายสองเดือน เป็นต้น การโฆษณา/ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์/บริการใน magazines/journals ทำได้โดยแทรกหน้าประชาสัมพันธ์บนปกด้านหลังปกภายในหรือตามหน้าต่างด้านในเล่ม ซึ่งผู้ลงโปรโมทจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของ magazines/journals ตามแต่จะตกลงกัน นอกเหนือจากนั้นยังสามารถทำโปรโมทซ่อนเร้นในบทความต่างๆของ magazines/journals ซึ่งก็มีปรากฏให้มองเห็นอยู่บ่อยมาก
Posters poster เป็นสิ่งพิมพ์แผ่นเดียว ขนาดของ poster ที่ได้รับความนิยมกันโดยปกติอยู่ที่ 24x36 นิ้วหรือใกล้เคียง แต่ว่า poster ก็มีขนาดนานาประการ บางชิ้นเล็กเท่าขนาด A4 หรือเล็กมากยิ่งกว่า โดยทั่วไป poster จะมีการพิมพ์หน้าเดียว ซึ่งอาจพิมพ์สีเดียวหรือพิมพ์ใส่สีด้วยระบบoffset ระบบ inkjet ยังมีโปสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่มากมายๆจะพิมพ์โดยใช้ระบบ screen หรือระบบ inkjet poster มักติดตามสถานที่ต่างๆเช่น ผนัง ตู้ที่ทำจากกระจก เสาไฟ ฯลฯ poster ใช้สำหรับในการโฆษณาโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือบริการหรือกิจกรรมต่างๆอย่างเช่น งานดนตรี ภาพยนตร์ งานนิทรรศการ ฯลฯ การจัดทำ poster ให้บรรลุเป้าหมายจำต้องแสดงภาพให้น่าดึงดูด แล้วก็รายละเอียดจำต้องกระชับ มีหัวเรื่องเด่นสดุดตา สามารถรู้เรื่องได้ในขณะสั้นที่สุด เนื่องจากคนเห็นที่เดินทางไปๆมาๆมีเวลาค่อนข้างสั้น การพิมพ์ที่ดีมีส่วนทำให้ poster นั้นๆมองเด่นแล้วก็ล่อใจความพอใจก้าวหน้า นอกนั้น poster ที่งดงามและก็ poster ที่มีชื่อเสียงจะมีคนเก็บสะสม นักสะสม poster บางรายจะเก็บ poster เก่ามาใส่กรอบรูปติดแสดงข้างผนัง
Cards/Postcards cards/postcards เป็นงานเอกสารกระดาษหนามีขนาดเล็ก มีการพิมพ์หน้าเดียวหรือสองหน้า cards/postcards มักพิมพ์ด้วยระบบ offset สีเดียวหรือหลายสีก็ได้ งานพิมพ์ cards/postcards มีการจัดทำไปใช้ในหลายโอกาส เป็นต้นว่า งานพิมพ์ cards ชี้แนะสินค้า/บริการ งานพิมพ์ cards สำหรับเทศกาลต่างๆ(cards ให้พร cards ส.ค.ส. การ์ดชักชวน cards สมรสอื่นๆอีกมากมาย) งานพิมพ์ cards ปฏิทิน งานพิมพ์ cards ส่งทางไปรษณีย์ เป็นต้น การพิมพ์ cards ที่ดีจะทำให้ cards นั้นน่าสนใจแล้วก็สดุดสายตาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง cards ชี้แนะสินค้า/บริการซึ่งถ้ามีการดีไซน์ที่ดีประกอบกับการพิมพ์ที่มีคุณภาพจะมีผลให้ cards นั้นบรรลุผลสำเร็จ ยังผลให้การขายของ/บริการนั้นๆประสบผลสำเร็จด้วย
ทรัพย์สมบัติของกระดาษพิมพ์ดิจิตอลที่พนักงานควรจะทราบเป็นต้นว่า
ความโค้งงอของกระดาษ (Curl) เป็นสมบัติที่ทำให้รู้ว่ากระดาษนั้นจะเขยื้อนผ่านลูกกลิ้งต่างๆได้ในภาวะเดินกระดาษชำนาญไหม ความโค้งงอเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นของแผ่นกระดาษเมื่อเทียบกับความชุ่มชื้นเดิมที่มีอยู่ ถ้าเกิดแตกต่างมากมาย จะมีผลให้กระดาษโค้งงอ เมื่อกระดาษวิ่งผ่านลูกกลิ้ง จะก่อให้กระดาษยับแล้วก็ติดอยู่ในเครื่องพิมพ์ได้ นอกนั้นโอกาสที่กระดาษจะเกิดโค้งงอได้มากหรือน้อยนั้น ยังขึ้นกับประเภทของเส้นใยอีกด้วย
การฉาบผิว (Surface Sizing) ชอบใช้แป้งเป็นหลักฉาบไปบนผิวหน้ากระดาษเพื่อคุ้มครองปกป้องการดูดซึมของหมึกที่ผิวกระดาษมากเกินไป ทำให้ท่านภาพของงานพิมพ์งาม แม้กระนั้นอาจมีผลกระทบต่อการยึดติดของโทนเนอร์หรือหมึกเหลวของอิงก์เจ็ตได้
ความราบเรียบ (Smoothness) คือลักษณะความตะปุ่มตะป่ำของผิวกระดาษ ที่จะช่วยทำให้การยึดติดของโทนเนอร์และก็น้ำหมึกแน่น แล้วก็ช่วงเวลาเดียวกันให้ท่านภาพงานพิมพ์ดังที่อยาก กระดาษที่มีความราบเรียบสูงจะก่อให้ขอบภาพไม่แตกแล้วก็มีความแหลมคมมากเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นรายละเอียดของภาพได้แจ่มแจ้ง
ความขาวสว่าง (Brightness) เป็นการวัดจำนวนของแสงสีสีน้ำเงินที่สะท้อนและกระเจอะกระเจิงของออกจากแผ่นกระดาษ ถ้ากระดาษให้ค่าความขาวสว่างสูงมากมายเท่าไร ภาพพิมพ์ที่ได้จะมีการไล่น้ำหนักของสีดีขึ้น ความเปรียบต่างของภาพสูง และก็ให้สีที่ถูกต้องเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ความแข็งตึงของแผ่นกระดาษ (Stiffness) ซึ่งก็คือแรงที่ต้านทานต่อการม้วนและการพับ ช่วยทำให้แผ่นกระดาษคงสภาพราบได้ดิบได้ดี แม้ว่าแผ่นกระดาษนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีค่าความโค้งงอสูงก็ตาม ช่วยทำให้สภาพคล่องการเดินกระดาษเป็นไปได้ดีในเครื่องพิมพ์
การกระจายตัวของเส้นใยในแผ่นกระดาษ (Formation) โดยทั่วไปแล้วกรุ๊ปเส้นใยจะกระจายตัวผสานกันให้เป็นแผ่น เกิดพันธะระหว่างกันสร้างความแข็งแรงขึ้น โดยเหตุนี้ หากเส้นใยที่กระจายตัวบ่อยและก็มีความหนาแน่นสูง จะช่วยให้แผ่นกระดาษนั้นดูเรียบทึบทั่วอีกทั้งแผ่น เมื่อมองส่องผ่านแสง ผลจะช่วยทำให้กระดาษมีความทึบแสงมากขึ้น ไม่กำเนิดซึมทะลุ (strike-through) เมื่อพิมพ์ด้วยหมึกเหลว พิมพ์ 2 ด้านได้ แล้วก็ภาพพิมพ์ไม่เกิดดำๆด่างๆ (mottling)
ความชื้น (Moisture) ในกระดาษพิมพ์ดิจิทัล จะกำหนดที่ 4-6 % ซึ่งนับได้ว่าเป็นจำนวนที่สมควร ไม่ให้มากจนเกินความจำเป็นที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการโค้งงอเมื่อถูกความร้อนให้ระเหยออกไป แต่หากค่าความชื้นต่ำกว่านี้ อาจส่งผลให้กำเนิดไฟฟ้าสถิตที่ผิวรกะดาษ ซึ่งอาจก่อให้กระดาษโค้งงอได้เช่นกัน
แนวทางของเกรนกระดาษ (Grain Direction) ขึ้นอยู่กับการจัดลำดับตัวของเส้นใย หากทิศทางกระดาษขนานกับการเรียงตัวของเส้นใยเรียกว่า ทิศทางตามเกรน หรือ MD (machine direction) รวมทั้งถ้าหากแนวทางนั้นขวางกับการจัดเรียงตัวของเส้นใยเรียกว่า ทิศทางขวางเกรน หรือ CD (cross direction) การออกแบบจัดหน้างานพิมพ์ทำหนังสือที่ดี จะต้องให้แนวพับอยู่ในทิศทางตามเกรนเสมอ เพื่อไม่ให้กำเนิดรอยแตกที่สันพับ
 
ประเภทของการพิมพ์
ประเภทของการพิมพ์ที่แบ่งตามรูปแบบของการพิมพ์สามารถจัดได้เป็นดังนี้
การพิมพ์พื้นนูน (Relief Printing) เป็นการพิมพ์ที่ใช้วิธีการให้ส่วนที่เป็นภาพบนแม่พิมพ์จะมีผิวนูนกว่าส่วนอื่น เพื่อรับหมึกแล้วถ่ายลงบนสิ่งของใช้พิมพ์ การพิมพ์จำพวกนี้มี การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ การพิมพ์เฟล็กโซกราฟี
การพิมพ์พื้นลึก (Recess Printing) เป็นการพิมพ์ที่ใช้แนวทางให้ส่วนที่เป็นภาพบนแม่พิมพ์จะมีผิวลึกกว่าส่วนอื่น เพื่อขังน้ำหมึกไว้แล้วถ่ายลงบนวัสดุใช้พิมพ์ การพิมพ์ชนิดนี้มี การพิมพ์กราวัวร์ การพิมพ์แพด
การพิมพ์พื้นที่ราบ (Planographic Printing) เป็นการพิมพ์ที่ใช้หลักการน้ำกับน้ำมันไม่รวมตัวกัน ผิวของแม่พิมพ์จำพวกนี้จะเสมอกันหมดโดยให้ส่วนที่เป็นภาพมีสภาพเป็นไขมันสามารถรับน้ำหมึกซึ่งเป็นน้ำมันเหมือนกัน ส่วนที่ไม่เป็นภาพจะสามารถรับน้ำไว้ได้ สำหรับในการพิมพ์ จะกดแม่พิมพ์ด้วยเยื่อน้ำ เยื่อน้ำผิดกับไขจะไปเกาะเฉพาะส่วนที่ไม่มีภาพ แล้วกดหมึกตาม หมึกผิดกับน้ำจะไปเกาะเฉพาะส่วนที่เป็นภาพ เมื่อนำสิ่งของใช้พิมพ์ทาบบนแม่พิมพ์ก็จะเกิดภาพตามอยากได้ การพิมพ์จำพวกนี้มี การพิมพ์หิน การพิมพ์ออฟเซ็ท
การพิมพ์พื้นฉลุ เป็นการพิมพ์ที่ใช้วิธีการให้น้ำหมึกผ่านทะลุส่วนที่เป็นภาพบนแม่พิมพ์ไปติดอยู่บนอุปกรณ์ใช้พิมพ์ กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดภาพ การพิมพ์ชนิดนี้มี การพิมพ์โรเนียว การพิมพ์สิลค์สกรีน
การพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing) เป็นการพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ โดยรับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์
การพิมพ์แบบถ่ายโอนความร้อน (Thermal Transfer Printing) ซึ่งใช้แนวทางถ่ายความร้อนจากหัวพิมพ์ไปยังฟิล์มถ่ายรูปที่เคลือบด้วยน้ำหมึกพิมพ์ทำให้น้ำหมึกพิมพ์หลุดไปเกาะติดกับอุปกรณ์ใช้พิมพ์จนถึงกำเนิดเป็นภาพ
การพิมพ์แบบพ่นน้ำหมึก/อิงค์เจ็ท (InkJet Printing) ซึ่งใช้แนวทางพ่นหยดน้ำหมึกเล็กๆจากหัวพ่นไปสร้างเป็นภาพบนวัสดุใช้พิมพ์
การพิมพ์แบบไฟฟ้าสถิตย์ (Electrostatic Printing) ซึ่งใช้หลักการควบคุมลำแสงสร้างภาพเป็นประจุไฟฟ้าบนกระบอกโลหะแล้วให้ผงหมึกไปเกาะบนกระบอกโลหะตามบริเวณที่มีประจุอยู่เกิดเป็นภาพที่ถูกถ่ายทอดไปติดตามบนอุปกรณ์ใช้พิมพ์อีกครั้งหนึ่ง สร้างค่าของสินค้า
ด้วยถุงกระดาษเท่ๆ
ชนิดของการพิมพ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจโรงพิมพ์นิยมทำกันในตอนนี้มีดังนี้
การพิมพ์ออฟเซ็ท (Offset Printing) เป็นการพิมพ์พื้นราบที่ใช้แนวทางน้ำกับน้ำมันไม่รวมตัวกัน โดยสร้างเยื่อน้ำไปเกาะอยู่บนรอบๆไม่มีภาพของแผ่นแม่พิมพ์ เมื่อรับน้ำหมึก น้ำหมึกจะไม่เกาะน้ำแม้กระนั้นจะไปเกาะรอบๆที่เป็นภาพแล้วถูกถ่ายลงบนผ้ายางแล้วก็กระดาษพิมพ์ถัดไป การพิมพ์ออฟเซ็ทสามารถผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงจนถึงสูงมากมาย เครื่องพิมพ์มีหลายขนาด มีเครื่องพิมพ์ 1 สี 2 สี 4 สี 5 สี หรือมากกว่านั้น ตัวอย่างงานพิมพ์ออฟเซ็ท เช่น พิมพ์แผ่นพับ พิมพ์ใบปลิว พิมพ์หนังสือ พิมพ์วารสาร พิมพ์นิตยสาร พิมพ์โบรมั่นใจ พิมพ์แคตตาล็อก บรรจุภัณฑ์กระดาษ งานพิมพ์ใช้ในสำนักงาน ฯลฯ
การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ (Letterpress Printing) เป็นการพิมพ์พื้นนูนที่ใช้แม่พิมพ์ทำจากโลหะผสมหรือพอลิเมอร์อย่างหนากัดผิวกระทั่งเหลือส่วนที่เป็นภาพนูนสำหรับรับน้ำหมึกพิมพ์แล้วถ่ายทอดลงบนอุปกรณ์ที่ใช้พิมพ์โดยใช้วิธีกดทับ ในยุคก่อนมีการใช้ตัวหนังสือโลหะเป็นตัวๆมาจัดเป็นใจความที่อยากแล้วก็ใช้เป็นแม่พิมพ์ การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์มีมาช้านานดั้งเดิมมากมาย ในปัจจุบันมีการพิมพ์จำพวกนี้คงเหลืออยู่น้อย เหตุเพราะกระบวนการทำแม่พิมพ์ตรากตรำรวมทั้งภาพพิมพ์ที่ได้ไม่ค่อยสวยงาม ตัวอย่างงานพิมพ์ประเภทนี้คือ นามบัตร แบบฟอร์ม ฉลาก กล่อง ป้ายและก็งานพิมพ์อื่นๆที่ไม่ต้องการความละเอียดมาก
การพิมพ์(สิลค์)สกรีน (Silkscreen Printing) เป็นการพิมพ์พื้นฉลุที่ใช้แนวทางพิมพ์โดยให้หมึกซึมทะลุผ่านผ้าที่ขึงตึงไว้ และให้ทะลุผ่านเฉพาะรอบๆที่เป็นภาพ สามารถพิมพ์รายงานใส่สีได้ ความละเอียดของภาพพิมพ์ขึ้นอยู่กับความถี่ของเส้นใยผ้า สามารถพิมพ์ลงบนอุปกรณ์ได้หลากหลากจำพวก กระดาษ ผ้า ไม้ พลาสติก รวมทั้งพิมพ์บนสิ่งของที่มีผิวโค้งได้ ตัวอย่างงานพิมพ์จำพวกนี้คือ นามบัตร บรรจุภัณฑ์ต่างๆป้ายกระดาษ/พลาสติก/โลหะ ป้ายสำหรับโฆษณา เสื้อ ผืนผ้า ถุงพลาสติก ขวด ถ้วยชาม ชิ้นส่วนเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ
การพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing) เป็นการพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์หรือพริ้นเตอร์ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถสั่งพิมพ์ได้โดยตรงจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์หรือพริ้นเตอร์ที่ใช้เป็น เครื่องพิมพ์อิ้งค์เจ็ทขนาดเล็กรวมทั้งใหญ่ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ความเร็วธรรมดาจนถึงความเร็วสูง เครื่องพิมพ์ดิจิตอลใช้หมึกประจุไฟฟ้า ตัวอย่างงานพิมพ์จำพวกนี้คือ งานพิมพ์ที่มีปริมาณไม่มากมาย ยกตัวอย่างเช่น นามบัตร แผ่นพับ ใบปลิว หนังสือ งานพิมพ์ที่มีการเปลี่ยนภาพหรือใจความเสมอๆดังเช่นว่า ไดเร็คเมล์ งานพิมพ์ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ (ใช้เครื่องอิ้งค์เจ็ทขนาดใหญ่)
การพิมพ์เฟล็กโซกราฟี (Flexography) เป็นการพิมพ์พื้นนูนที่ใช้แผ่นพอลิเมอร์ที่มีความยืดหยุ่นที่ดีเป็นแม่พิมพ์โดยกัดส่วนที่ไม่รับน้ำหมึกเว้าลึกลงไป การพิมพ์ในระบบนี้ใช้แนวทางคล้ายกับการพิมพ์แบบเลตเตอร์เพรสคือใช้การกดทับ แต่ว่าหมึกที่ใช้จะเหลวกว่าและใช้ลูกกลิ้งที่ทำขึ้นเป็นพิเศษปฏิบัติหน้าที่จ่ายน้ำหมึกในจำนวนที่เป็นประจำให้กับแม่พิมพ์ การพิมพ์ประเภทนี้ได้รับการพัฒนาจนสามารถพิมพ์ภาพใส่สีได้ ถึงแม้ประสิทธิภาพงานพิมพ์จะยังพอๆกับการพิมพ์แบบออฟเซ็ทมิได้ แม้กระนั้นก็มีใช้ในงานเอกสารหลายๆประเภท งานพิมพ์ประเภทนี้คือ กล่องลูกฟูก กล่องกระดาษแข็ง ฉลาก ป้าย กล่องกระดาษ กระดาษชำระ ถุงแล้วก็ซองพลาสติก รวมทั้งงานพิมพ์ใส่สี
การพิมพ์กราวัวร์ (Gravure) เป็นการพิมพ์พื้นลึกที่ใช้แม่พิมพ์ที่เป็นร่องลึกสำหรับรอบๆที่เป็นภาพเพื่อเก็บน้ำหมึกแล้วไว้ปลดปล่อยลงบนผิวของผลงานพิมพ์ คุณภาพของงานพิมพ์จำพวกนี้เข้าขั้นที่ดี แม่พิมพ์อย่างงี้มักเป็นลูกกลิ้งทรงกระบอก ทำด้วยโลหะใช้แนวทางกัดผิวทรงกระบอกเป็นหลุมตามบริเวณที่เป็นภาพ ก็เลยทำยากและใช้เวลา ทั้งมีค่าใช้จ่ายสูง ก็เลยเหมาะสมกับงานยาวๆงานพิมพ์จำพวกนี้เป็น งานพิมพ์ประเภทซองพลาสติกใส่ของกินแล้วก็ขนม แล้วก็งานพิมพ์บนพลาสติกต่างๆงานพิมพ์ในต่างถิ่นบางแห่งมีการพิมพ์แมกกาซีน หนังสือพิมพ์ และก็งานพิมพ์บนกระดาษที่มีปริมาณพิมพ์สูง
การพิมพ์ชนิดอื่นๆนอกเหนือจากการพิมพ์ประเภทต่างๆที่กล่าวมาแล้วนี้ ยังมีการพิมพ์ที่มีลักษณะการพิมพ์แบบอื่นๆตัวอย่างเช่น การพิมพ์โรเนียว หรือ การพิมพ์สเตนสิล เป็นการพิมพ์พื้นปรุซึ่งใช้กระดาษลอกลายเป็นแม่พิมพ์ให้หมึกตรงบริเวณที่เป็นภาพสามารถซึมทะลุมายังแผ่นกระดาษที่อยากพิมพ์ การพิมพ์แพด เป็นการพิมพ์พื้นลึกซึ่งใช้ยางนุ่มรับน้ำหมึกที่เป็นรูปภาพที่นำมาจากแม่พิมพ์ แล้วกดทับบนผลงานซึ่งมีพื้นผิวรูปทรงต่างๆ
 
หลักการดีไซน์งานพิมพ์ (The Principles of Design)
หลักการดีไซน์งานเอกสารเป็นหลักสำหรับการพิจารณาว่าจะใช้ส่วนประกอบของการออกตัวอย่างไร และก็ช่วยทำให้สามารถประสมประสานองค์ประกอบต่างๆของงานจนจัดวางเป็นเลย์เอ้าท์ที่ดีได้
ความสมดุล (Balance) สมดุลคือผู้กระทำระจายอปิ้งทั่วถึงของน้ำหนัก ในงานวางแบบสิ่งพิมพ์ น้ำหนักของส่วนประกอบต่างๆเป็นน้ำหนักที่สายตารู้สึกเมื่อมององค์ประกอบนั้นๆทุกส่วนบนเลย์เอ้าท์มีน้ำหนักซึ่งรู้สึกได้จากขนาด ความมืดดำหรือความสว่าง สีแล้วก็ความเข้มของสี ความครึ้มรวมทั้งบางของเส้น ความสมดุลมีสองแบบ เป็นสมดุลที่กระจัดกระจายเท่ากันอีกทั้งซ้ายขวาของศูนย์กลาง (Symmetrical Balance) และก็ความสมดุลที่เกิดจากการนำส่วนประกอบที่มีขนาดแตกต่างกันมาจัดวางแต่ว่าเมื่อดูโดยรวมแล้วน้ำหนักทั้งหมดสมดุลกัน (Asymmetry Balance) องค์ประกอบของการออกแบบที่นำมาใช้เพื่อสร้างความสมดุลอาทิเช่น รูปร่าง ขนาด ค่าความดำ สี
Symmetrical Balance จะให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง เหมาะกับงานพิมพ์ที่อยากได้สื่อถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบแผน และความอนุรักษ์นิยม
Asymmetrical Balance จะสื่อถึงความขัดแย้ง ความมากมาย ความไม่มีระเบียบ และความแปลกใจ
การผลิตความสมดุล
• ระบุจุดศูนย์กลางของผลงาน
• ส่วนประกอบเล็กๆจำนวนมากสามารถสมดุลกับองค์ประกอบใหญ่หนึ่งชิ้น
• ใช้รูปร่างที่แปลกออกไปหนึ่งหรือสองชิ้นร่วมกับรูปร่างทั่วๆไป
• เว้นช่องว่างสีขาวให้มากมายบริเวณคอลัมน์สีเข้ม หรือรูปภาพมืดๆ
• ตัวอักษรที่หนาหนัก ควรจะมีภาพสีสว่าง สดใสมาช่วยให้สว่างขึ้น
• รูปหรือภาพประกอบสีทึม ควรวางตัวหนังสือชิ้นเล็กๆจำนวนหลายชิ้นประกอบเข้าไป แล้วก็เว้นระยะห่างสีขาวโดยรอบเยอะๆ

จังหวะ (Rhythm) จังหวะเป็นแบบอย่างที่เกิดจากการซ้ำกันขององค์ประกอบต่างๆการซ้ำกันของส่วนประกอบเดียวกันในลักษณะที่เป็นประจำ และก็ความต่างอาทิเช่น การเปลี่ยนรูปร่าง ขนาด หรือตำแหน่งของส่วนประกอบ เป็นสาเหตุของการมองมองเห็นจังหวะในงานดีไซน์ การวางส่วนประกอบซ้ำๆกันที่ระยะห่างเท่าๆกันทำให้รู้สึกราบเรียบ จังหวะที่เท่าๆกัน สงบและก็ผ่อนคลาย การเปลี่ยนขนาดแล้วก็ช่องไฟขององค์ประกอบอย่างฉับพลันจะมีผลให้กำเนิดจังหวะเร็วและสดชื่น และสร้างความรู้สึกน่าระทึกใจ
การสร้างจังหวะในงานวางแบบ
• วางองค์ประกอบเดิมซ้ำกันและให้มีเว้นวรรคเท่ากัน
• วางส่วนประกอบเดิมในขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยรวมทั้งขยายช่องไฟขึ้นให้รับกัน
• มีการกลับความหนาบางของตัวเขียน เป็นต้นว่าให้มีตัวอักษรบางเบา สลับกับตัวทึบดก
• วางองค์ประกอบเดิมในหลายๆจุดบนเลย์เอ้าท์
• ถ้าหากมีหลายหน้าอาจวางส่วนประกอบเดิมที่จุดเดียวกันบนทุกๆหน้า

การเน้น (Emphasis) การเน้นเป็นการทำให้องค์ประกอบหนึ่งเป็นที่สังเกตเห็นก่อนส่วนอื่นๆจะเกิดขึ้นเมื่อส่วนประกอบนั้นต่างจากส่วนประกอบอื่น บนงานออกแบบทุกชิ้นควรจะมีลักษณะเด่นนี้เพื่อดึงดูดสายตาของผู้ดูไปสู่สาระสำคัญของงาน แต่ว่าหากมีจุดแข็งมากจนเกินไปก็บางทีอาจไม่เกิดผลจากที่อยาก
แนวทางการทำให้เกิดจุดสนใจ
• วางรูปภาพที่อยากได้ย้ำให้กรอบภาพมีทรงแปลกออกไปท่ามกลางรูปที่มีกรอบสี่เหลี่ยมรวมทั้งมีระยะห่างเท่าๆกัน
• ใช้เส้นโค้งเป็นรูปร่างของตัวเขียนที่จะเน้นย้ำท่ามกลางตัวอักษรตรงๆ
• ใช้ตัวหนังสือสีหรือรูปแบบตัวอักษรที่ต่างออกไปเมื่ออยากได้ย้ำ
• ใช้ตัวเขียนขาวบนพื้นสีสำหรับสิ่งที่จะเน้นย้ำ
• ใช้ตัวครึ้มสำหรับหัวข้อและตัวหนังสือที่บางลงสำหรับรายละเอียด

เอกภาพ (Unity) เอกภาพทำให้งานดีไซน์ดูเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งจะช่วยคนอ่านทราบว่าเป็นงานชิ้นเดียวกัน ใช้กริด (Grid) เพื่อวางกรอบโครงร่างของงาน (การเว้นคั่นหน้า กั้นหลัง คอลัมน์ การเว้นช่องว่าง และรูปทรง) ให้เป็นระบบระเบียบปฏิบัติ การจัดกรุ๊ปให้ส่วนประกอบเป็นอันหนึ่งอันเดียวให้มองประเด็นการซ้ำกันของสี รูปร่างแล้วก็ผิว เพื่อทำให้นักอ่านเห็นตัวอักษร หัวเรื่อง รูปภาพ รูป เป็นงานเดียวกัน
การผลิตเอกภาพ
• ใช้ตัวเขียนเพียงแต่หนึ่งหรือสองแบบตลอดชิ้นงาน หากจะให้มีการตัดกันให้ใช้ขนาดที่ไม่เหมือนกัน
• ให้มีความสม่ำเสมอในเรื่องแบบตัวอักษร ขนาดของหัวข้อ หัวข้อย่อย แล้วก็ใจความ
• เลือกภาพที่มีโครงสีคล้ายคลึงกัน
• วางรูปภาพรวมทั้งคอลัมน์ในเส้นกริดเดียวกัน
• เลือกใช้สีจากชุดสีเดียวกันตลอดทั้งงาน
• ให้มีการซ้ำกันของสี รูปร่างและก็พื้นผิวในที่ต่างๆตลอดทั้งงาน
Supannahong Packaging Company Limited รับผลิตกล่องครีมใส่เครื่องสำอางค์ ตามสั่ง
จัดงานพิมพ์โปสการ์ดด้วยระบบพิมพ์ 4-5สี เครื่องพิมพ